์หนิวฉลาดขึ้นทุกวัน ทั้งคนและสุนัขก็ยิ่งเข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้น อวี้จิ่นลูบหัวของเอ้อร์หนิวพร้อมกับเอ่ยปลอบเอ้อร์หนิวร้องหงิงๆ อย่างแผ่วเบา แล้วจึงกลับไปสู้รบกับเนื้อวัวคลุกถ้วยนั้นต่อ
“เจ้านาย…”
อวี้จิ่นยกมือขึ้นแทรกการสอบถามของเหลิงอิ่ง“หลงต้านกลับมาหรือยัง”
“ยังขอรับ”
อวี้จิ่นเดินมานั่งที่โต๊ะหินใต้ต้นเหอฮวน นิ้วยาวเคาะกับพื้นโต๊ะ “ชา”
เหลิงอิ่งจึงหยกกาน้ำชาและถ้วยน้ำชามา เขาเทน้ำชาและยื่นให้
อวี้จิ่นรับมาดื่มคำแล้วคำเล่า ในหัวของเขาเดี๋ยวนึกถึงคำพูดแทงใจของเจียงซื่อ เดี๋ยวนึกถึงเงาร่างขององค์ชายห้าที่วนเวียนอยู่ใกล้จวนตงผิงปัว
เขาดื่มน้ำชาไปทั้งกาโดยไม่รู้ตัว ในที่สุดหลงต้านก็กลับมาถึง
หลงต้านไม่ได้กลับมาคนเดียว แต่ยังพาคนกลับมาด้วยอีกหนึ่งคน ถ้าพูดให้ถูกควรพูดว่าศพหนึ่งศพ
เมื่อเห็นอวี้จิ่น หลงต้านโยนศพนั่นทิ้งลงกับพื้นจากนั้นคุกเข่าลงพื้น “นายขอรับ ข้าไม่สามารถจับเป็นได้ขอรับ”
อวี้จิ่นเดินเข้าไป จากนั้นก้มมองดูศพที่อยู่บนพื้นอย่างละเอียด
ศพผู้ชายมีสีหน้าเขียวช้ำ ตรงมุมปากยังมีคราบเลือดติดอยู่
“ตายด้วยพิษ?”
“ขอรับ ตอนที่ข้าน้อยใกล้จะจับตัวเขาไว้ได้ เขากัดพิษในปากจนเละขอรับ”ลมพัดผ่านเอาดอกเหอฮวนตกใส่ศพ ความสดของกลีบดอกสีขาวอมชมพูที่อ่อนหวานช่างต่างจากศพอันน่ากลัวยิ่งนัก บรรยากาศนี้ยิ่งดูยิ่งชวนให้ขนลุก
แต่อวี้จิ่นกลับไม่ใส่ใจใดๆ พลางย่อตัวลงแล้วยกมือขวาของศพผู้ชายขึ้นมาดูอย่