อแทบจะเริ่มวิ่งเหยาะ นางแทบอยากพบหน้าอาเฟยแล้วถามให้กระจ่างในทันทีทันใด
อาหมานที่วิ่งตามอยู่ด้านหลังแอบส่ายหัว
ที่แท้คุณหนูเป็นห่วงคุณชายอวี๋ถึงเพียงนี้เชียวรึแล้วเวลาพบหน้ากันทุกครั้ง เหตุใดถึงต้องเย็นชาใส่ด้วยเล่าเฮ้อ พลันรู้สึกว่าความคิดของคุณหนูเข้าใจยากยิ่งกว่าคดีฆาตกรรรมเหล่านั้นเสียอีก ไม่คิดแล้วต่อไปนี้หากนางมองคุณชายอวี๋เป็นเขยตระกูลเจียงคงไม่ผิดไปแน่
ตรงมุมหนึ่งบริเวณด้านนอกจวน ตอนที่อาเฟยกำลังรออย่างเบื่อหน่าย เขาพลันเห็นเงาร่างของคนคุ้นเคยจึงรีบโบกมือให้ เจียงซื่อเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปหา จากนั้นเอ่ยถามออกไปโดยฝืนว่าใจเย็น“เกิดสิ่งใดขึ้นรึ”
“ข้าน้อยก็ไม่ทราบขอรับ พอเปิดประตูก็พบว่าคนนั้นล้มอยู่ที่ประตู พอข้าเห็นว่าเป็นคนที่คุณหนูรู้จัก จึงรีบมาบอกแก่คุณหนูเลยขอรับ”
“แล้วเขาล่ะ”
“อยู่ในเรือนเช่าขอรับ”
เจียงซื่อไปที่เรือนเช่าอย่างรวดเร็วพร้อมด้วยสีหน้าตึงเครียด ใจของนางว้าวุ่นตลอดทาง
อวี้ชีเป็นคนที่มีสถานะไม่เหมือนคนทั่วไป ปกติก็มีองครักษ์คอยคุ้มกัน แล้วเหตุใดถึงได้หมดสติลงตรงนั้นได้ ใกล้ถึงเวลาที่อวี้จิ่นจะได้แต่งตั้งให้เป็นอ๋องแล้ว เจียงซื่ออดคิดมากไม่ได้
พวกคนในราชวงศ์ที่ดูจากภายนอกเป็นคนสูงส่งดูดีสง่าสามารถชั่วร้ายได้ถึงเพียงใด เมื่อชาติที่แล้วนางมีประสบการณ์ที่ลึกซึ้งมาก
เรือนที่เช่าไว้อยู่ห่างจากตงผิงปัวไม่ไกล เจียงซื่อเดินเร็วตลอดทางทำให้ไปถึงที่นั่นได้อย่างรวดเร็ว
“