เหตุใดประตูถึงไม่ได้ลงกลอนไว้” เมื่อเห็นว่าประตูเรือนปิดไว้แบบหลอกตา เจียงซื่อมองอาเฟยหนึ่งที
อาเฟยเงยหน้ามองฟั้า… ชัดเจนขนาดนี้แล้วคุณหนูยังถามอยู่อีก ก็เพราะว่าเขาไม่ได้ให้ความสนใจไงเล่า เขานึกว่าคนนี้ไม่สำคัญกับคุณหนู แต่ใครจะคิดว่าคุณหนูจะว้าวุ่นได้ถึงเพียงนี้! อาเฟยรู้สึกน้อยอกน้อยใจมาก
พอเจียงซื่อเดินเข้าไป ก็เห็นอวี้จิ่นฟุบอยู่ที่โต๊ะหินตรงใต้ต้นไม้อย่างไร้เสียงทันที
“ก็ข้าไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร ข้าเลยไม่ได้พาเข้าไปในเรือน…” อาเฟยอธิบายออกไปอย่างทำตัวไม่ถูก
โชคดีที่ไม่ได้พาไปไว้หน้าประตูเรือนผู้อื่น หากทำเช่นนั้นลงไป เขาไม่สามารถอธิบายได้จริงๆ
ศีรษะของอวี้จิ่นพาดกับแขนข้างที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ พลางกระตุกคิ้วเบาๆอาซื่อมาถึงเร็วกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก
“เป็นอย่างไรบ้าง” เจียงซื่อเดินมาถึงข้างๆ อวี้จิ่นพลางเอ่ยถามด้วยเสียงแผ่วเบา
อวี้จิ่นใช้แรงทั้งหมดที่มียกหัวขึ้นมองเจียงซื่อหนึ่งที
เมื่อเห็นสีหน้าที่คล้ำดำของฝั่ายตรงข้าม เจียงซื่อพลันตกใจสะดุ้งไปทีหนึ่ง จึงเอ่ยถามต่อทันที“เจ้าถูกพิษ?”
อวี้จิ่นยกมือขวาขึ้นอย่างลำบากพร้อมกับเอ่ยตอบอย่างอ่อนแรง “เหมือนว่า…ใช่”เจียงซื่อเห็นรอยแผลที่ไม่ลึกมากตรงแขนของฝั่ายตรงข้าม คราบเลือดสีดำบริเวณแขนแข็งตัวแล้ว และส่งกลิ่นคาวจางๆ ออกมา
นางยื่นมือไปกดตรงรอบๆ บาดแผล
“อย่า…” อวี้จิ่นกล่าวออกมาคำหนึ่งอย่างยากลำบาก แล้วส่งยิ้มให้กับเจียงซื่อ “มันไม่น่าดู”