กไป ข้าจะชนประตูเรือนผู้อาวุโสให้ตายคาประตู ถือว่าเป็นการทดแทนบุญคุณให้พี่ห้ากับพี่สะใภ้ห้า!”ทุกคนในตระกูลพากันส่งเสียงขับไล่ให้อาแปดกับอาสะใภ้แปดไปที่เรือนของผู้อาวุโส
ในสถานการณ์เช่นนี้ แม้ว่าผู้อาวุโสอยากช่วยเหลือแต่ก็ไร้หนทาง เพราะยิ่งเป็นหัวหน้าผู้อาวุโสก็ยิ่งเป็นบุคคลที่ทรงไว้ซึ่งคุณธรรมและบารมีสูงส่ง คนเช่นนี้ให้ความสำคัญเรื่องชื่อเสียงเป็นที่สุด เพื่อบรรเทาความโกรธของทุกคน จึงต้องขับไล่อาแปดกับอาสะใภ้แปดออกจากหมู่บ้านไป
บางครั้งคนเราก็ให้ความสำคัญกับหมู่ชนมากเป็นพิเศษ ข้อผูกมัดของหมู่ชนก็อยู่เหนือข้อกฎหมายอย่างเช่นการลงโทษคนในหมู่ชน ทางการจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวด้วย แล้วคนที่สูญเสียการคุ้มครองดูแลจากหมู่ชนก็จะน่าเวทนาอย่างที่สุด
กล่องเสียงที่แทบขาดของอาแปดกับอาสะใภ้แปดไม่สามารถทำให้หัวหน้าผู้อาวุโสเรียกคืนคำสั่งได้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ข่าวคราวของพวกเขาก็หายไประยะหนึ่ง
เซี่ยอินโหลวคุกเข่าอยู่ในโถงพิธี และฟังคำรายงานจากพ่อบ้านด้วยใบหน้าที่ไร้สีหน้าใดๆมุมปากขยับขึ้นเบาๆ พลางพูดกับโลงศพสลักลายดอกว่า “ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านวางใจเถอะลูกจะฟืนฟูจวนปัวและดูแลน้องสาวให้เป็นอย่างดี…”
ไม่นาน พิธีไว้ทุกข์เจ็ดวันของสองสามีภรรยาหย่งชังปัวก็ผ่านไป เมื่อเจียงซื่อเห็นสภาพจิตใจของเซี่ยชิงเหยาดีขึ้น นางจึงกล่าวลาและขอตัวกลับจวน
แม้ว่าเซี่ยชิงเหยายังไม่อยากให้กลับ แต่ก็รู้ว่าตนไม่มีเหตุใดที่จ