ทันใด สองสามีภรรยาเดินทางมาช่วยงานศพจวนปัวครั้งนี้ แม้มีความโลภส่วนตัว แต่พวกเขาไม่คิดจะทำให้เรื่องไปถึงบิดาตน ส่วนบิดาที่มีฐานะเป็นหัวหน้าผู้อาวุโสของตระกูล แม้มีใจอยากปกปั้อง แต่ต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้ก็คงทำได้ยาก อาแปดยิ่งคิดยิ่งรู้สึกหวั่นวิตก พอเหลือบมองยายแก่หน้าทองเหลืองที่เหมือนกับคนเพิ่งเสียญาติข้างๆ นี่ ก็ง้างฝั่ามือออกและตบลงไปทันที “เพราะเจ้าทั้งนั้นนังคนชั่ว พลอยทำให้ข้าติดร่างแหไปด้วย!”
นังหญิงแก่ ความสามารถที่จะทำให้งานสำเร็จนั้นไม่เคยมี แต่ความสามารถที่จะทำลายงานนั้นมีเหลือเฟือ!
อาสะใภ้แปดก็หาใช่คนยอมคน พอโดนตบก็ตบคืนทันที เวลานี้ไม่มีความจำเป็นต้องไว้หน้ากันอีกต่อไป นางทำผิดแล้วยังไม่แก้ไขและยังคงกล่าวต่อ “อะไรคือทำให้ท่านติดร่างแหไปด้วย ก็ท่านมิใช่รึที่ชี้นำข้า พอทำไม่สำเร็จท่านกลับโทษข้าคนเดียว ท่านนี่มันช่างไร้จิตสำนึกสิ้นดี…”
คนในตระกูลที่อยู่ในเหตุการณ์พากันส่ายหัวเป็นแถว ต่างรู้สึกเพียงขายหน้าอย่างที่สุด คนที่อายุมากที่สุดกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าหน้าเขียว “ซื่อจื่อรีบสั่งให้คนพาตัวเขาสองคนออกไปเถอะ”อับอายขายหน้ายิ่งนัก!
“ข้าไม่ไปๆ! ทำไมต้องไล่ข้าด้วย” อาสะใภ้แปดร้องไห้ดังลั่นและหันหน้ากลับมามองอย่างไม่เต็มใจ
ตัวเรือนที่สว่างราวกับเป็นเวลากลางวัน มีสาวน้อยสวมชุดผ้าขาวยืนขึ้นเงียบๆ พร้อมกับมองมาด้วยสายตานิ่งดุจน้ำเย็นในบ่อน้ำลึก อาสะใภ้แปดถึงกับขนลุก นางชี้ไปที่เซี่