ยชิงเหยาพร้อมตะโกนลั่น “นังเด็กนั่นวางแผนจัดการพวกเราตั้งแต่แรก เจ้าตั้งใจให้พวกข้าตกหลุมพราง!”
“คนนั้นเขาเป็นบ้าไปแล้วหรือเปล่า ถึงเวลานี้แล้วยังพูดไร้สาระอยู่อีก” ผู้คนที่อยู่ในเรือนส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์
“ข้าไม่ได้พูดไร้สาระ หากไม่ใช่เพราะพวกเจ้าวางกลอุบายเอาไว้ เหตุใดเรือนของคุณหนูถึงได้เลี้ยงปีศาจนั่นได้”
เอ้อร์หนิวที่นั่งอยู่ใต้ต้นกล้วยกำลังส่ายหางของมันไปมา
นี่พูดภาษาคนเป็นหรือไม่ มันเป็นถึงสุนัขตัวใหญ่ผู้สง่างาม จะเป็นปีศาจได้อย่างไรกัน?
พออาแปดได้ยินอาสะใภ้พูดเช่นนี้ พลันนึกบางอย่างขึ้นมาได้ จึงกระทืบเท้าและกล่าว “ใช่เรือนนี้มีปีศาจ ปีศาจตัวนั้นที่วางกลอุบายพวกข้าพวกข้าถึงได้…”
“ถึงได้ถูกเปิดเผย?” เซี่ยอินโหลวต่อประโยคให้สายตาพลางแผ่แสงแห่งความเย็นชาออกมา“หากเป็นเช่นนั้นจริง เช่นนั้นข้าคงต้องขอบคุณ‘ปีศาจ’ ที่พวกท่านเอ่ยถึงแล้วล่ะ”
เอ้อร์หนิววางคางลงที่อุ้งเท้าหน้าและหรี่ตาลง
อืม คนๆ นี้ยังพอมีแววตาอยู่บ้าง แต่ถ้าเทียบกับเจ้านายแล้วก็ยังเทียบไม่ติดอยู่เล็กน้อย“เรือนเจิ่นสยามีปีศาจอยู่จริง ไม่เพียงมีหนึ่งตัวแต่มีถึงสองตัวต่างหาก!” เซี่ยชิงเหยาถุยน้ำลายพลางชี้นิ้วไปยังสองสามีภรรยาคู่นั้น “ทำเรื่องเลวทรามกับหลานสาวที่สูญเสียบิดามารดาเช่นนี้ลงได้ พวกท่านต่างหากที่เป็นปีศาจ ข้านั้นคิดไม่ออกเลยจริงๆ ว่าเหตุใดพวกท่านถึงได้ใจไม้ไส้ระกำเพียงนี้!” สาวน้อยยืนโดดเดี่ยวคนเดียวนางพูดไปน้