พียงแต่ว่าความโหดร้ายที่จู่โจมเข้ามาอย่างกะทันหันทำให้เด็กสาวที่ไร้เดียงสาคนนี้ทำใจรับไม่ได้มาจนถึงตอนนี้กับความจริงที่ว่าท่านพ่อและท่านแม่ทั้งสองได้ตายจากไปแล้ว จึงได้แต่คิดหาเหตุผลอยู่ตลอดเวลา
ในที่สุดเจียงซื่อก็อดพูดออกมาไม่ได้ “ชิงเหยาทุกอย่างเป็นความผิดของข้าเอง ข้าขอโทษเจ้าจริงๆ”
ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของเซี่ยชิงเหยาสั่นไหว มองมาที่เจียงซื่อด้วยความงุนงง “อาซื่อ เจ้าพูดอะไรกัน”
เจียงซื่อพยายามควบคุมการที่อยากจะหนีไปอย่างสุดความสามารถ แล้วจ้องไปที่ตาคู่ใสดั่งกระจกของเซี่ยชิงเหยา พูดอย่างตรงไปตรงมา“เดิมโต้วเหนียงไม่ได้วางแผนว่าจะลงมือตอนนี้แต่เป็นเพราะได้ยินมาว่าท่านลุงปั่วยเป็นโรคนอนละเมอถึงได้เลือกลงมือตอนนี้ ซึ่งที่ท่านลุงวินิจฉัยได้ว่าเป็นโรคนอนละเมอ นั่นก็เพราะ…ก็เพราะตอนนั้นข้าเตือนเจ้าให้ระวังสุขภาพร่างกายของท่านลุง…”
เจียงซื่อยิ่งพูดก็ยิ่งทุกข์ใจ นิ้วมือขาวซีดไปหมดเพราะออกแรงบีบไปมาอย่างแรง “ชิงเหยา ข้าขอโทษ ถ้าหากข้าไม่พูดมาก ท่านลุงกับท่านปั้าก็คงไม่ตาย…”
เซี่ยชิงเหยานั่งฟังอยู่เงียบๆ ตาค้างจนลืมกะพริบ
เมื่อเจียงซื่อพูดเรื่องพวกนี้ออกมา นางรู้สึกโล่งใจเหมือนยกภูเขาออกจากอก
ถ้าเซี่ยชิงเหยาจะเกลียดนาง นางก็ยอม อย่างน้อยนางก็ไม่อาจรับความเชื่อใจและความซาบซึ้งใจของอีกฝั่ายอย่างสบายใจได้หรอก
หลังจากผ่านไปพักหนึ่ง เซี่ยชิงเหยากะพริบตาปริบๆ เข้าใจทันที “อาซื่อ การตายของท่านพ่อกับ