ขึ้น “เจ้าตามข้ามา”
เจียงเพ่ยถูกเซียวซื่อมองจนลนลาน ในใจได้แต่คิดไตร่ตรองว่ามีตรงไหนที่ขัดตาท่านแม่ ทว่าพอได้ยินนางพูดเช่นนี้ จึงทำได้เพียงแต่เดินตามไปแต่โดยดี
เจียงลี่มองเจียงเพ่ยที่เดินตามหลังเซียวซื่อเข้าห้องไป แล้วขมวดคิ้วออกมาอย่างไม่รู้ตัว
ตั้งแต่พี่รองกลับเรือนมา ท่านแม่ใหญ่ก็แสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเรื่องของนางกับน้องหก แล้วเหตุใดวันนี้ถึงเรียกน้องหกเขาไปคุยสองต่อสองในห้องล่ะเจียงลี่มีลางสังหรณ์ว่าต้องมีเรื่องอะไรแน่ๆ ทว่าสุดท้ายก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วเดินออกไปเงียบๆ
พอเข้ามาในห้อง เซียวซื่อชี้ไปที่เก้าอี้แกะสลัก“นั่งสิ”
เจียงเพ่ยนั่งลงแค่ครึ่งเก้าอี้ รอเซียวซื่อเอ่ยปากพูดขึ้นก่อนอย่างเชื่อฟัง
“ข้าจำได้ว่าตอนเด็กเจ้ากับหย่งชังปัวซื่อจื่อเล่นด้วยกันบ่อย”
เจียงเพ่ยตะลึงคุณหนูของจวนหย่งชังปัวกับเจียงซื่ออายุเท่ากันปกติก็เล่นด้วยกันอยู่แล้ว เช่นนั้นหย่งชังปัวซื่อจื่อจึงไปเล่นกับพวกนางบ่อย ตอนนั้นนางอิจฉาตาร้อน เข้าไปเล่นด้วยตั้งหลายรอบ ทว่าพวกเขาไม่สนใจนาง
เจียงเพ่ยไม่เข้าใจสิ่งที่เซียวซื่อต้องการจะสื่อ จึงก้มหน้าลงทำหน้าลำบากใจ
“อีกสามสี่ปีเจ้าก็ถึงเวลาที่เจ้าจะเป็นฝังเป็นฝาแล้ว เวลานี้แม่จะคอยจับตาดูคนที่เหมาะสมให้แต่เจ้าก็ต้องพยายามด้วยเช่นกัน เจ้ารู้ใช่หรือไม่”
“ลูกรู้แล้วเจ้าค่ะ”“ดี เจ้าไปเถอะ”
เจียงเพ่ยยิ่งงงเข้าไปใหญ่ ทันทีที่ก้าวออกมาจากประตูก็นึกเข้าใจขึ้นมา