ี่จวน”
อืม ถ้าเป็นเช่นนี้พาลูกชายไปด้วยเพื่อให้เป็นไปตามขั้นตอน
เจียงซื่อกระวนกระวายขึ้นมา รีบตอบกลับอย่างสุภาพ “ข้าน้อยไม่กล้ารับคำขอบคุณจากท่านหรอกเจ้าค่ะ ข้าน้อยไม่ได้ทำอะไรเลย”
เจินซื่อเฉิงเดินนำคนกลุ่มหนึ่งออกไปอย่างรวดเร็ว เซี่ยอินโหลวเดินมาตรงหน้าเจียงซื่อ เอ่ยขึ้นด้วยเสียงแหบพร่า “วันนี้ขอบใจเจ้ามากเดี๋ยวข้าไปส่งเจ้ากลับเอง”
เวลานี้เจียงซื่อจะกล้าให้เซี่ยอินโหลวไปส่งได้อย่างไร นางปฏิเสธทันควันเซี่ยชิงเหยาดึงเจียงซื่อไว้ไม่ปล่อย เซี่ยอินโหลวชำเลืองมองน้องสาว “ชิงเหยาพวกเรายังต้องจัดการเรื่องงานศพของท่านพ่อกับท่านแม่ ให้แม่นางเจียงกลับไปก่อนเถิด”
“อาซื่อ…” เซี่ยชิงเหยามองเจียงซื่อทั้งน้ำตา ดูน่าสงสารจับใจ
เจียงซื่อจับมือเซี่ยชิงเหยาไว้ “ข้าจะกลับไปบอกที่จวนก่อนว่าจะมาอยู่กับเจ้า”
เซี่ยชิงเหยาถึงได้ยอมปล่อยมือ
เจียงซื่อเดินออกมาจากประตูเรือนใหญ่ของจวนหย่งชังปัว แสงแดดสว่างจ้าจนแสบตา นางขาอ่อนยวบเกือบจะล้มลง
“คุณหนู เป็นอะไรรึเปล่าเจ้าคะ” อาหมานรีบเข้ามาประคอง
เจียงซื่อส่ายหน้า เดินตรงไปข้างหน้าต่อ เมื่อใกล้จะถึงจวนตงผิงปัวจู่ๆ ก็หยุดกะทันหัน
มีสุนัขตัวใหญ่ตัวหนึ่งกำลังวิ่งส่ายหางตรงมาหานางด้วยความดีใจ