หลังจากที่ดื่มชาที่ผสมยาสลบนางก็หลับไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นข้าน้อยก็เลย…”
ไม่ต้องบอกว่าหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น ทุกคนก็รู้ได้ทันที
“หลังจากเสร็จกิจ ข้าน้อยก็ได้ทิ้งกำไลทองคำไว้ให้อาวานหนึ่งอัน เดิมคิดว่าพอตื่นมานางคงไม่กล้าแพร่งพรายออกไป อีกอย่างได้กำไลทองคำไปตั้งหนึ่งชิ้นก็ไม่นับว่าเสียหายอะไรแล้ว แต่ไม่นึกเลยว่านางจะสั่งให้ข้าไปไต่ถามเรื่องในคืนนั้นอีก ข้าน้อยกลัวว่านางจะก่อความวุ่นวาย จึงโกหกนางออกไปว่านายท่านปัวเป็นคนทิ้งกำไลไว้แถมนายท่านปัวยังรับปากด้วยว่ากลับไปจะไปคุยกับฮูหยินให้รับนางเข้ามา” พ่อบ้านมองไปที่อาวานด้วยสายตาอาฆาต “ต่อมาฮูหยินประกาศผลการคัดเลือกสาวใช้อุ่นเตียงเป็นชุนเหมย อาวานจึงกลับมาถามข้าน้อยอีก ข้าน้อยจึงพูดเฉไฉไปว่าถึงนายท่านปัวจะถูกใจนาง แต่ฮูหยินไม่เห็นด้วยให้นางอดทนรอไปอีกตั้งสองปี แต่ไม่นึกเลยว่าอาวานจะอดใจรอไม่ไหว เข้าไปถกเถียงกับฮูหยินโดยตรง…”สาวรับใช้ที่เขาได้มาตอนนั้นไม่ได้มีเพียงแค่อาวานผู้เดียว ยังมีอีกตั้งหลายคน แต่ไม่มีผู้ใดเหมือนอาวานที่โกหกไปแล้วก็ยังสลัดไม่หลุด ทำได้เพียงแต่ต้องโกหกต่อไปเรื่อยๆ โชคดีฮูหยินได้ยินเรื่องที่อาวานพูดแล้วโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมา จึงสั่งให้คนไล่อาวานออกไป ส่วนนายท่านปัวก็ไม่ได้สนใจเอาความอาวาน ชีวิตในแต่ละวันของเขาจึงกลับมาสงบลง
“ทุกอย่างเป็นความผิดของข้าน้อยเอง คิดแล้วคิดอีกก็คิดไม่ถึงเลยว่าผ่านมาสิบกว่าปีอาวานจะเ