อาการนอนละเมอของหย่งชังปัวไม่ได้วินิจฉัยออกมาได้ในเวลานี้ แต่เป็นหลังจากมีเรื่องไปนอนในคอกหมูแล้วเชิญหมอชื่อดังมาถึงได้รู้ ซึ่งนั่นหมายความว่า เวลานี้ชาติที่แล้วโต้วเหนียงยังไม่ได้ตัดสินใจลงมือ
บางเวลาก็เป็นเช่นนี้ เมื่อมีความคิดใดความคิดหนึ่งเปลี่ยน ชีวิตหลังจากนั้นก็จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
นางไม่รู้ว่าชาติที่แล้วท้ายที่สุดโต้วเหนียงได้ลงมือหรือไม่ หรืออาจจะยังไม่ทันลงมือก็มีคนมาพบสรุปแล้วเป็นเพราะเหตุผลบางอย่างที่นางไม่รู้หย่งชังปัวฮูหยินจึงรอดมาได้
ทว่าชาตินี้ นางเตือนเซี่ยชิงเหยาด้วยความหวังดีไปแล้ว เพราะอยากให้พ่อของสหายคนสนิทไม่ต้องเจอกับเรื่องตลกที่ไปนอนในคอกหมู เซี่ยอินโหลวก็จะได้ไม่ต้องเสียฤกษ์ดูตัว ทว่าภายใต้ความบังเอิญกลับผิดพลาดทำให้หย่งชังปัวฮูหยินถึงแก่ความตาย
เมื่อเจียงซื่อคิดมาถึงตรงนี้ นางแทบจะล้มทั้งยืน
หากเป็นเช่นนี้ หย่งชังปัวฮูหยินตายเพราะคำพูดเพียงไม่กี่คำของนางหรอกหรือ
เหงื่อเม็ดโตผุดออกมาตามหน้าผากที่เกลี้ยงเกลาของหญิงสาว มันไหลผ่านใบหน้าที่ซีดเผือดลงไปยังริมฝีปากที่ไร้ซึ่งเลือดฝาด“อากาศร้อนมากจนจะเป็นลมหรือ” เซี่ยอินโหลวเอ่ยถามเสียงเบา
เจียงซื่อไม่กล้ามองตาเซี่ยอินโหลว จึงเบือนหน้าหนี “ข้าไม่เป็นไร”
สายตาของเซี่ยอินโหลวนิ่งสุขุมลง พลางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “หากไม่สบายก็ไปพักเถอะ”
ถึงจะพูดเช่นนี้ ทว่าเขากลับรักษาระยะห่างของทั้งสองไว้
โต้วเหนียงได้เ