โต้วเหนียงสะอื้นไห้ขึ้นมาพลางมองไปยังหย่งชังปัวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง“แต่ว่าใครจะไปนึกเล่าว่าคนที่ผู้คนล้วนยกย่องอย่างนายท่านปัวจะเป็นคนที่ต่ำช้าได้ถึงเพียงนั้นเห็นได้ชัดว่าได้ตัวข้าแล้ว แต่กลับเปลี่ยนใจทำเป็นไม่รู้จักกัน แสร้งทำเป็นว่าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นทั้งนั้นปล่อยให้ปัวฮูหยินจัดเตรียมชุนเหมยไว้ให้หึหึ เป็นเพราะตอนนั้นข้ายังเด็กโง่เง่าไม่ทันคนสำหรับบุรุษแล้วการหลับนอนกับสตรีมากกว่าหนึ่งคนจะเสียหายอะไรเล่า ข้าไม่ยอม จึงวิ่งไปหยุดอยู่ต่อหน้าฮูหยินปัวและถกเถียงกับนาง แต่นางกลับตราหน้าด่าข้าว่าต้องการปีนปั่ายขึ้นที่สูงไร้ยางอายสิ้นดี สั่งคนให้ขับไล่ข้าออกไป…”
“นี่คือตันตอของเหตุที่ทำให้เจ้าสังหารฮูหยินของท่านปัวเช่นนั้นรึ” เจินซื่อเฉิงเพิกเฉยต่อหย่งชังปัวที่มีสีหน้าที่ไม่น่ามองขึ้นเรื่อยๆ และกล่าวเบาๆ “ความเกลียดชังทำให้คนขาดสติจนทำอะไรหุนหันพลันแล่น แต่ความเกลียดชังมักจะลดลงตามกาลเวลา เจ้าเลือกที่จะแก้แค้นหลังจากเวลาล่วงเลยมาสิบเจ็ดปีแล้ว หรือมีเรื่องอะไรที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น”
โต้วเหนียงเม้มริมฝีปากของตนเอง ตัวทั้งตัวเหมือนดั่งใบไม้ที่ร่วงหล่นสู่ลมในฤดูใบไม้ร่วง สั่นไหวรุนแรงเป็นอย่างมาก
เจินซื่อเฉิงตบมือ “จริงสิ เรื่องไม่คาดฝันน่าจะมาจากเรื่องที่บุตรชายและสามีของเจ้าจากโลกนี้ไปเมื่อสองปีที่แล้วสินะ!”
เมื่อได้ยินคำพูดของเจินซื่อเฉิง โต้วเหนียงก็ถอยหลังออกไปสองก้า