นียงไม่ได้มีพันธะอะไรแต่อย่างใด ฮูหยินรู้สึกว่านางน่าสงสารจึงได้ละเว้นกฎของจวน โต้วเหนียงเข้ามาอยู่ในจวนในระยะเวลาอันสั้นก็ได้ถูกย้ายไปทำงานในครัวแล้วในสายตาของพวกเจ้านาย คนที่ไม่ไม่มีพันธะใดๆมักจะดูไว้ใจได้มากกว่าเสมอ
“สามีและบุตรชายได้จากโลกนี้ไปในเวลาไล่เลี่ยกัน มิทราบว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือ”
โต้วเหนียงก้มหัวลง ดวงตาแดงก่ำ “บุตรชายจมน้ำตาย เขาเป็นเพียงบุตรชายเพียงคนเดียวสามีของข้าจึงตรอมใจจนล้มปั่วย ไม่นานนักก็ลาโลกนี้ไป”
“แล้วเหตุใดเจ้าถึงขึ้นมาที่เมืองหลวงเล่า”
โต้วเหนียงยิ้มเหยียดหยัน “เราทั้งคู่ล้วนเป็นคนที่ขยันหมั่นเพียร จนมีกิจการเป็นของครอบครัวคนจำนวนมากมายจึงจับจ้องมาที่แม่ม่ายอย่างข้าน้อยที่ไร้บุตรด้วยสายตาที่ละโมบ ข้าน้อยเพียงอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป ได้ยินมาว่าคนในเมืองหลวงทำงานและใช้ชีวิตกันอย่างสงบสุข ขายอาหารเล็กๆ น้อยๆ ก็น่าจะไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีใครซื้อ จึงหอบเสื้อผ้าและของมีค่าเดินทางเข้ามาในเมืองหลวง
“โต้วเหนียงเข้าจวนมาได้อย่างไร” เจินซื่อเฉิงมองไปยังพ่อบ้าน
พ่อบ้าน “…” เขาอยากจะพูดเสียเต็มประดาเพียงแต่กลัวว่าพอพูดออกไปแล้วจะโดนตบ!
เจินซื่อเฉิงขมวดคิ้วพลาบเหลือบมองไปที่หย่งชังปัว
“ให้เจ้าตอบคำถามของใต้เท้าตามความเป็นจริง!”
พ่อบ้านเหงื่อไหลออกเป็นจำนวนมากจากนั้นก็กล่าว “ฮูหยินพาคุณหนูใหญ่ไปเลือกซื้อเครื่องประดับตกแต่งศีรษะ ระหว่างทางกลับก็เห็นคนต่อแถวยาวอยู่หน