ไหม
“เพิ่งผ่านยามเหม่ามา”
เจินซื่อเฉิงเอามือไขว้หลังแล้วเดินไปที่ลานฝังตะวันตก ยืนอยู่ตรงประตูพระจันทร์มองไปยังจุดที่เฉาอวิ๋นเผากระดาษเงินกระดาษทอง
ยามเหม่าเพิ่งผ่านไป ในตอนนั้นฟั้ายังไม่สว่างดีเป็นไปได้ไหมว่าเฉาอวิ๋นจะมองเห็นไม่ชัด
สถานที่ที่เฉาอวิ๋นเผากระดาษเงินกระดาษทองอยู่ที่มุมกำแพง ที่นั่นปลูกดอกไม้และต้นไม้เตี้ยๆเอาไว้ หากฆาตรกรหมอบลงอย่างรวดเร็วหลังจากที่ทำเสียงดัง เฉาอวิ๋นที่มองออกมาจากในเรือน เป็นไปได้สูงว่าไม่ทันได้สังเกตเห็นว่ามีคนหมอบอยู่ตรงนั้น ย่อมจะมองไม่เห็นอะไรอยู่แล้ว
เจินซื่อเฉิงจู่ๆ ก็คิดอะไรขึ้นมาได้ รีบก้าวเท้ายาวๆ กลับไปถามเฉาอวิ๋น “ตอนที่เจ้าเผากระดาษเงินกระดาษทองได้ยินเสียงอะไรหรือไม่”
เฉาอวิ๋นส่ายหัว “ไม่ได้ยินเจ้าค่ะ”
ในเวลานั้นนางกำลังจมอยู่กับความเจ็บปวดเกี่ยวกับเรื่องบุตรที่ยังไม่ทันได้ออกมาลืมตาดูโลกจนไม่ได้ทันสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวโดยรอบ
“เช่นนั้น ในเวลานั้นเจ้าได้ร้องไห้หรือไม่”
คำถามนี้ของเจินซื่อเฉิงได้รับความสนใจจากผู้คนไม่น้อยเลยทีเดียว
ใครๆ ล้วนก็รู้ว่านิสัยของเฉาอวิ๋นเปลี่ยนไปเป็นอย่างมากเพราะการสูญเสียบุตร เหตุใดใต้เท้าท่านนี้ถึงกล่าวจี้จุดไม่เลิก จะร้องไห้ในตอนเผากระดาษเงินกระดาษทองหรือไม่นั้นสำคัญด้วยหรือ“ร้องเจ้าค่ะ” เฉาอวิ๋นเม้มริมฝีปาก มือที่ห้อยอยู่ด้านข้างแนบชิดลำตัวเล็กน้อย
วันนี้ของทุกปี นางจะหัวใจแตกสลายอีกครั้งเสมอ จนแทบไม่อยากม