นที่อยากพาแม่นางน้อยคนหนึ่งไปที่บ้าน เฮ้อ คนที่เพิ่งเจอก่อนมาที่นี่นั้นโง่เขลาเบาปัญญาเกินไป เขาก็จนหนทางแ
ล้วเหมือนกัน
“ใต้เท้าเจินยังจำการคาดเดาของข้าก่อนหน้านี้ได้กระมัง ฆาตกรน่าจะจุดธูปยาสลบในตู้เสื้อผ้า”
พร้อมกับที่เจินซื่อเฉิงพยักหน้านั้นเอง คำตอบของเจียงซื่อกลับเกินการคาดการณ์ของเขา “ในเมื่อในตู้เสื้อผ้าสามารถทิ้งกลิ่นหอมเอาไว้ได้นานไม่จางหายไป เช่นนั้นบนร่างของฆาตกรที่ซ่อนอยู่ในตู้จะต้องมีกลิ่นเดียวกันอยู่แน่ ถึงแม้ว่าหลังจากฆาตกรฆ่าคนแล้วจะเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปือนเลือดเป็นชุดที่สะอาดสะอ้าน แต่บนผมนั้นไม่มีเวลามาสระได้หรอก…”
ไม่รอให้เจียงซื่อกล่าวจบ เจินซื่อเฉิงก็ตบมือเอ่ยว่า “ไม่เลว! เรื่องแดงตอนเช้ามืด จากสถานการณ์ตอนนั้นของหย่งชังปัวและคนอื่นๆอธิบายมา รวมถึงการชันสูตรศพสามารถคาดเดาได้ว่า เป็นไปได้อย่างมากที่ฆาตกรลงมือจะเป็นช่วงหลังเที่ยงคืนมาแล้ว เป็นไปได้แม้กระทั่งว่าฆาตกรจากไปไม่นานเรื่องก็แดง ช่วงเวลานั้นเขาสามารถเปลี่ยนชุดที่เปือนเลือดหรือแม้กระทั่งฝังมันไปได้ แต่การสระผมนั้นไม่เพียงแต่จะไม่ทันซ้ำยังไม่กล้าสระด้วย”
เจียงซื่อพยักหน้า “ใช่เจ้าค่ะ สระผมตอนดึกดื่นค่อนคืนหรือไม่ก็ตอนเช้ามืด ก็เท่ากับบอกคนอื่นว่าเขาน่าสงสัย”
สายตาที่เจินซื่อเฉิงมองเจียงซื่อยากจะปกปิดความชื่นชมเอาไว้ “แม่นางเจียงคิดไปถึงกลิ่นหอมที่ทิ้งไว้บนผมของฆาตกรได้ ช่างหาได้ยากมากจริงๆ”
จะว่าไปแล้วก็