ิริยาใด ทันใดนั้นก็ไปชักกระบี่ออกจากเอวของเซี่ยอินโหลว
เซี่ยอินโหลวกดด้ามกระบี่ไว้ตามสัญชาตญาณ
หย่งชังปัวชักออกมาไม่ได้ก็ตวาดว่า “ปล่อย!”
เซี่ยอินโหลวไม่มีปฏิกิริยาเท่าใดนักต่อคำพูดของบิดา ตรงกันข้ามเขามองไปยังเจินซื่อเฉิง
หย่งชังปัวโมโหเลือดขึ้นหน้าแล้ว “ไอ้เด็กนี่ เจ้าปล่อยมือนะ เจ้าไม่อยากแก้แค้นให้แม่เจ้าหรือไร”
เซี่ยอินโหลวกดด้ามกระบี่ไว้เอ่ยอย่างสงบนิ่งว่า“แน่นอนว่าลูกย่อมอยากแก้แค้นให้ท่านแม่ แต่อย่างแรกต้องยืนยันตัวฆาตกรก่อน”
นึกไม่ถึงว่าเรี่ยวแรงจะสู้ลูกชายไม่ได้ทำให้หย่งชังปัวโกรธเป็นฟืนเป็นไฟอย่างมาก เขาหันไปเอ่ยกับเจินซื่อเฉิงว่า “ใต้เท้าเจิน หรือว่าของพวกนี้ยังเอามาเป็นยืนยันว่านางเป็นฆาตกรไม่ได้”
เจินซื่อเฉิงลูบเคราไปมา ไตร่ตรองเอ่ยว่า “เรื่องนี้มีหลายจุดที่น่าสงสัย ชีวิตคนสำคัญดุจฟั้า ย่อมไม่อาจรีบสรุปผลได้”
เขารู้ดีว่ากว่าแปดในสิบส่วนของขุนนางที่รับผิดชอบชื่อในการลงโทษในต้าโจวสามารถปิดคดีได้จากการคาดเดา ขอเพียงคาดเดาได้อย่างเหมาะสมชอบธรรม ถึงจะไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนก็ตัดสินผู้ต้องสงสัยเป็นฆาตกรตามเดิม
แต่เขาแตกต่างออกไป
ตราบใดที่เป็นคดีที่เขารับผิดชอบ ยอมให้เป็นคดีที่ยังไม่สามารถปิดได้เพราะความสามารถมีจำกัดดีกว่าอาศัยแค่การคาดเดามาปิดคดี
ตาข่ายสวรรค์ แม้ห่างแต่ไม่รั่ว[1] คดีที่ค้างคาอยู่มักจะมีความเป็นไปได้ว่าจะมีการสะสาง แต่หากคนได้ตายด้วยความชอกช้ำใจจากการไม่ได้