ยตั้งครรภ์โดยสุดวิสัยเลยหรือ”หย่งชังปัวเงียบไปพักหนึ่ง เอ่ยว่า “เฉาอวิ๋นเคยตั้งครรภ์เมื่อสามปีก่อน แต่ข้าไม่เห็นด้วยที่จะเอาไว้”
ตอนนั้นเขาเคยลังเล อย่างไรเสียบุตรธิดาสายตรงก็โตกันหมดแล้ว มีน้องชายหรือน้องสาวสายรองมาเพิ่มสักคนไม่ส่งผลกระทบอะไร แต่ว่า…
เจินซื่อเฉิงช่างเฉียบแหลมนัก มองสีหน้าผิดปกติของหย่งชังปัวออกโดยพลัน จึงไล่ต้อนถามว่า“อย่างไรเสียก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของท่านปัว ในเมื่อมาด้วยเหตุสุดวิสัย เหตุใดท่านปัวจึงไม่เก็บไว้เล่า”
หย่งชังปัวลังเลเจินซื่อเฉิงเกลี้ยกล่อมว่า “ท่านปัวมีคำพูดใดอยากจะบอกก็บอกมาได้เลย ยามนี้ฆาตกรยังไม่ปรากฏตัว หากท่านปิดบังไว้ก็จะเป็นการช่วยเหลือฆาตกรไปโดยไม่รู้ตัว”
“ตอนนั้นภรรยาข้าล้มปั่วย”
พอหย่งชังปัวเอ่ยขึ้น เจินซื่อเฉิงก็มีสีหน้ากระจ่างแจ้งขึ้นมาทันที
ความรักของหย่งชังปัวและภรรยา หลังจากสาวใช้อุ่นเตียงตั้งครรภ์ฮูหยินก็ล้มปั่วย แน่นอนว่าไม่อาจให้สาวใช้อุ่นเตียงเก็บเด็กเอาไว้ได้
“ภรรยาข้าล้มปั่วยลงจริงๆ ไม่ใช่จงใจปั่วยให้ข้าเห็นเพราะโกรธเฉาอวิ๋นที่ตั้งครรภ์” หย่งชังปัวรีบอธิบาย
เขาไม่อยากบอก เพราะไม่อยากให้คนอื่นเข้าใจภรรยาผิดว่าเป็นคนใจแคบ
เจินซื่อเฉิงเห็นหย่งชังปัวทอดถอนใจ “ท่านปัวเข้าใจปัวฮูหยินยิ่ง รู้ว่าตอนนั้นฮูหยินล้มปั่วยจริงๆ เช่นนั้นแล้วอนุเล่า”
หย่งชังปัวนิ่งอึ้ง สีหน้าดูไม่ได้ขึ้นมาแล้ว “ใต้เท้าเจิน เจ้าจะบอกว่าเป็นไปได้ม