าวรับใช้ได้พากันส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์อื้ออึ้ง“เป็นชิวลู่จริงๆ ด้วย เหตุใดนางจึงมาตายอยู่ที่นี่เล่า”
“ช่างน่ากลัวเหลือเกิน หรือว่าชิวลู่จะฆ่าฮูหยินแล้วรู้สึก ผิดจึงได้ฆ่าตัวตายตามไปกัน?”
เซี่ยชิงเหยากุมมือเจียงซื่อเอาไว้แน่น อากาศในเดือนหกร้อนเช่นนี้ แต่มือของหญิงสาวยังเยือกเย็นดุจดั่งหิมะ “อาซื่อ แม่ของข้าปฏิบัติต่อชิวลู่อย่างดีเสมอมา เหตุใดนางจึง…”
เจียงซื่อกุมมือของเซี่ยชิงเหยากลับอย่างหนักแน่น กล่าวว่า “ทุกสิ่งอย่างรอให้ใต้เท้าเจินตรวจสอบก่อนแล้วค่อยว่ากัน”สตรีผู้ชันสูตรศพเดินทางมาถึง เจินซื่อเฉิงก็ได้เอ่ยถามขึ้นว่า
“ท่านปัว เมื่อคืนนี้เป็นเวรยามของชิวลู่ พวกท่านไม่เห็นนางหรือ”
“เห็น เมื่อคืนนี้แม้จะเป็นเวรยามของชิวลู่ แต่ภรรยาข้าได้สั่งให้นางลงไปพักผ่อน”
“ประมาณเวลาเท่าใด”
หย่งชังปัวครุ่นคิดแล้วตอบว่า “น่าจะประมาณช่วงปลายยามซวี[1]เห็นจะได้”
เจินซื่อเฉิงค่อยๆ ละสายตามองไปทางผู้ที่อยู่รอบข้าง “หลังจากเวลานั้นมีผู้ใดได้พบกับชิวลู่อีกหรือไม่”
บรรดาบ่าวสาวรับใช้ในเรือนน้อยใหญ่ล้วนพากันหันไปมองดูอยู่ตงเสวี่ย
ทุกคนรู้ดีว่าสาวรับใช้ทั้งสี่คนของฮูหยิน พวกนางนอนด้วยกันห้องละสองคน และผู้ที่นอนห้องเดียวกับชิวลู่ก็คือตงเสวี่ย
ตงเสวี่ยรีบคุกเข่าลงแล้วกล่าวด้วยความตกใจว่า“บ่าวนอนหลับไม่ลึก จึงมั่นใจว่าชิวลู่ไม่ได้กลับห้องเจ้าค่ะ”“นั่นหมายความว่า นับตั้งแต่เวลานั้นก็ไม่มีผู้ได้พบกับชิวลู่อี