บริเวณที่เจินเหิงยืนอยู่นั้นมีต้นหอมหมื่นลี้อยู่ต้นหนึ่งซึ่งบัดนี้ยังไม่ถึงฤดูออกดอก สายลมพัดผ่านมา ทำให้ใบไม้ส่งเสียงดังกรอบแกรบ ดุจว่ากำลังหัวเราะเยาะความรู้สึกในใจของเขาขณะนี้
ดูจากภายนอกแล้วเจินเหิงยังคงมีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า แต่ในใจนั้นได้แต่นึกกลอกตาไปมา
เหตุใดสตรีคนที่ท่านพ่อถูกชะตาด้วย จึงจะต้องให้เขาเป็นคนไปแต่งงานและพากลับที่จวนเล่า!
เป็นบุตรเขานี่มันช่างน่าสงสารเหลือเกิน อีกทั้งไม่อาจจะปฏิเสธหรือโต้เถียงออกไปได้ เช่นว่าในเมื่อท่านพ่อถูกชะตากับนาง เหตุใดจึงไม่แต่งนางกลับมาเองเล่า! แต่หากเขาพูดเช่นนั้นแล้วเรื่องไปถึงหูท่านแม่ คนที่ซวยก็ยังคงเป็นเขาอยู่ดี
“ท่านพ่อขอรับ ลูกยังเด็กอยู่และตั้งใจเพียงร่ำเรียนตำราให้ดีเท่านั้น บัดนี้ยังไม่คิดเรื่องตบแต่งภรรยาหรอกขอรับ”
เจินซื่อเฉิงใช้ด้ามพัดเคาะเข้าไปตรงกลางฝั่ามือขมวดคิ้วเข้าหากันกล่าวว่า “เจ้าคิดมากไปหรือไม่ พ่อเพียงแค่จะทำการหมั้นหมายพวกเจ้าเอาไว้ก่อน เรื่องการแต่งงานนั้นจะต้องรอให้เจ้าสอบติดมีตำแหน่งเสียก่อนค่อยว่ากัน”
เจ้าหมอนี่คิดมากไปจริงๆ บัดนี้เงินจะกินจะใช้ยังต้องขอจากพ่อแม่ คิดจะกอดภรรยาแล้วหรือ
เจินเหิงนำมือขึ้นลูบจมูกตนเอง
ท่านพ่อเจ้าเล่ห์เหลือเกิน จัดการยากสิ้นดี!
“ลูกกลัวว่าอาจจะสอบไม่ติด ซึ่งอาจทำให้แม่นางผู้นั้นต้องเสียเวลา”
เจินซื่อเฉิงจ้องเขาตาเขม็ง “เช่นนั้นคนที่ไม่มีตำแหน่งใดก็ไม่อาจแต่งงานได้อย่างงั้นหรือ!