พ่อและแม่เจ้าเมื่อครั้งแต่งงานกันยังมิได้มีตำแหน่งใดเสียด้วยซ้ำ แต่บัดนี้พ่อก็ได้ขึ้นเป็นขุนนางระดับสามแล้วมิใช่หรือ”
“ท่านพ่อ เมื่อตอนที่ท่านแต่งงานอายุปาเข้าไปยี่สิบกว่าแล้ว แต่บัดนี้ลูกเพิ่งจะอายุสิบแปดปีเท่านั้น!”
เจินซื่อเฉิงใช้ด้ามพัดเคาะไปที่ศีรษะของเจินเหิงก่อนจะตำหนิติเตียนด้วยสีหน้าบึ้งตึงว่า “เจ้ายังกล้ามาเถียงข้าอีก!”
เจินเหิง “…” เถียงสู้ไม่ได้ก็ใช้กำลัง นี่สิหนาจึงจะเป็นพ่อที่แท้จริงของเขา
“ใต้เท้าขอรับ” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งวิ่งตรงเข้ามาด้วยอาการหอบเหนื่อย
เจินซื่อเฉิงยืนเอามือไขว้หลังแล้วหันกลับไปถามว่า “มีเรื่องอันใดหรือ”
แท้จริงแล้วแม้ไม่ต้องเอ่ยถามก็รู้ว่าต้องมีคดีใหม่อย่างแน่นอน
เจ้าหน้าที่นายนั้นรีบตอบกลับไปว่า “ใต้เท้าขอรับ หย่งชังปัวซื่อจื่อเดินทางมาร้องทุกข์ กล่าวว่าหย่งชังปัวฮูหยินถูกคนใช้เชิงเทียนทำร้ายจนถึงแก่ชีวิต…”
ต่อให้เจินซื่อเฉิงจะเป็นคนหนักแน่นและวางท่าเสียเพียงใด เมื่อเขาได้ยินเรื่องราวนี้สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
การที่ปัวฮูหยินถูกคนลอบฆ่าไม่ใช่เรื่องเล็กอย่างแน่นอน
เนื่องจากคดีค่อนข้างใหญ่และสำคัญ ดังนั้นเจินซื่อเฉิงจึงไม่มีอารมณ์จะไปสนใจบุตรชายของเขาอีก ได้แต่กำชับไปประโยคหนึ่งว่า “อย่าเที่ยวเกเรให้มากนัก!” จากนั้นก็เดินตามเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว
เจินเหิงจึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกในที่สุดก็หนีรอดสักที!
ชายหนุ่มย่อมมีคว