ามต้องการเป็นธรรมดา เขาไม่ได้ตั้งใจจะออกบวชเป็นพระสงฆ์ ดังนั้นภาพภรรยาในจินตนาการก็ยังคงมีอยู่อย่างแน่นอนด้วยเหตุนี้เองเขาจึงไม่อยากจะให้บิดามาจัดแจงเรื่องการแต่งงานอันเป็นสิ่งใหญ่โตในชีวิตของเขาเช่นนี้
บิดาของเขาแต่ละวันได้แต่ทำงานหมกมุ่นอยู่กับคดีความและศพ สิ่งที่บิดาของเขาเห็นในแต่ละวันนั้น… เจินเหิงเพียงแค่คิดก็อดไม่ได้ที่จะเบะปาก
เขายังคงรู้สึกว่าสตรีที่มีความอ่อนช้อยและงดงามเช่นมารดาของเขาจึงจะเหมาะสม อีกทั้งยังเป็นสตรีที่เติบโตมาพร้อมกับบิดาตั้งแต่เล็ก
เจินเหิงส่ายหน้าแล้วเดินตรงออกไปด้านนอก
ในไม่ช้า เจินซื่อเฉิงก็ได้เดินทางมาพบกับหย่งชังปัวซื่อจื่อ เมื่อได้ยินรายละเอียดที่เซี่ยอินโหลวเล่าให้ฟัง เขาก็ได้รีบพาคนเดินทางไปยังจวนหย่งชังปัวทันที
ด้านในจวนหย่งชังปัวยังคงวุ่นวายดังเดิม
การที่นายหญิงถูกทำร้ายจนถึงแก่ชีวิตนั้น ไม่ว่าคนร้ายที่แท้จริงจะเป็นนายท่านหรือคนอื่น ล้วนทำให้คนในจวนพากันวิตกกังวลกระทั่งจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวและทำงานอย่างเหม่อลอย
เมื่อเจียงอันเฉิงเห็นว่าหย่งชังปัวดูสงบนิ่งลงแล้วจึงกล่าวว่า “ท่านเซี่ย ในเมื่อคนจากศาลาว่าการพระนครเดินทางมาแล้ว ข้าก็สมควรจะพาบุตรสาวกลับไปก่อน”
การที่เพื่อนบ้านเกิดเรื่องราวใหญ่โตเช่นนี้ เขาเดินทางมาช่วยก็นับว่าเป็นน้ำใจตามประสาเพื่อนบ้าน แต่บัดนี้คนจากทางการเดินทางมาแล้วหากยังอยู่ต่อก็คงไม่สะดวกนัก คงได้ถูกหาว่าต้องการแส่ไม่