เข้าเรื่องแม้ว่าเจียงอันเฉิงจะไม่ได้เป็นคนมีละเอียดสักเท่าไหร่ แต่เหตุผลเพียงเท่านี้เขาก็พอเข้าใจอยู่บ้าง
“วันนี้รบกวนท่านมากเลยทีเดียว” หย่งชังปัวพยักหน้า
เมื่อพบว่าเจียงซื่อจะเดินทางจากไปแล้ว เซี่ยชิงเหยาก็อดไม่ได้ที่จะตะโกนออกมาว่า “อาซื่อ”
เจียงซื่อจึงหยุดฝีเท้าลงแล้วมองไปทางเซี่ยชิงเหยา
“อาซื่อ อยู่เป็นเพื่อนข้าก่อนได้หรือไม่” ใบหน้าทรงกลมอันขาวผ่องของหญิงสาวเต็มไปด้วยรอยน้ำตา ช่างบอบบางดูน่าสงสารเหลือเกิน
จึงทำให้เจียงซื่อใจอ่อน หันกลับไปมองดูเจียงอันเฉิง “ท่านพ่อเจ้าคะ…”
แม้ว่าเจียงอันเฉิงจะเป็นกังวลใจหากว่าบุตรสาวของตนอยู่ต่อที่นี่อาจจะตกอกตกใจได้ แต่ถึงอย่างไรจิตใจเขาก็ค่อนข้างกว้างขวาง เมื่อเห็นท่าทางอันน่าสงสารของคุณหนูตระกูลเซี่ยเขาจึงได้ตอบรับทันควันโดยไม่ลังเลว่า “เช่นนั้นเจ้าอยู่ต่อที่นี่เถิด หากมีเรื่องอะไรให้อาหมานกลับไปรายงานกับพ่อก็พอ”อืม อย่างมากก็ซื้อขาหมู่ตุ๋นพะโล้ให้บุตรสาวเพิ่มอีกสักสองเขาเพื่อลดอาการตกใจให้กับนาง
เจียงซื่อเดินตรงเข้าไปหยุดอยู่ข้างกายของเซี่ยชิงเหยาแล้วกุมมือของนางเอาไว้กล่าวว่า “ชิงเหยาอย่าได้กังวลใจไปเลย ใต้เท้าเจินตัดสินคดีความได้อย่างแม่นยำดุจเทพเจ้า เขาจะต้องตรวจพบความจริงอย่างแน่นอน!”
“อาซื่อ เจ้ารู้จักคนในศาลาว่าการพระนครหรือ”
เจียงซื่อหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น “ชิงเหยา เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าใต้เท้าเจินเพิ่งจะจัดการกับคดีของฉังซิงโหวซื่อ