ก
ภายในห้องของเซี่ยชิงเหยาถูกประดับด้วยกระถางดอกไม้สดจำนวนมาก เสริมให้บรรยากาศดูสดใส
“อาซื่อ เจ้าฟังที่ข้าพูดอยู่หรือเปล่า” เซี่ยชิงเหยากล่าวพลางเอื้อมมือไปเขย่าตัวเมื่อเห็นว่าเพื่อนสนิทติดจะเหม่อลอย
เจียงซื่อเพิ่งได้สติ “ว่าอย่างไรนะ”ปั่านนี้พี่รองน่าจะไปบอกกับเขาแล้ว ไม่รู้ว่าเขาจะว่าอย่างไรบ้าง…
“ดู๊ดู เหม่ออีกแล้ว” เซี่ยชิงเหยาขยับตัวเข้ามาใกล้พลางกะพริบตามองปริบๆ “อาซื่อ เจ้าบอกข้ามาตามตรง เจ้าคงมิได้กำลังมีความรักใช่หรือไม่”
“ไร้สาระน่า” เจียงซื่อส่งสายตาไปที่เพื่อนสนิทพลางสงบสติอารมณ์ตัวเอง
ครั้นเซี่ยชิงเหยาสั่งให้สาวรับใช้ออกไปจากห้องแล้ว นางก็เริ่มเล่าข่าวลือที่ได้ยินมาให้เจียงซื่อฟังทันที “เจ้าไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนหรือว่า ช่วงนี้ในเมืองหลวงมีคุณชายคนหนึ่งนามว่าหรูอวี้ ”“คุณชายรูปงามดุจหยกอะไรกันหรือ”
“ว่ากันว่าคุณชายผู้นั้นคือคุณชายจากเรือนผู้ตรวจการแห่งศาลาว่าการ ทั้งหน้าตาหล่อเหลาและคุณสมบัติสูงส่ง เพิ่งเข้าเมืองหลวงมาได้ไม่นาน”
คุณชายจากจวนผู้ตรวจการแห่งศาลาว่าการ?
ภาพชายวัยกลางคนไว้เครายาวประกอบกับดวงตาฉายแววรอบรู้ปรากฏขึ้นในความคิดของเจียงซื่อ
หรือว่าคุณชายที่เซี่ยชิงเหยาเอ่ยถึงคือลูกชายของใต้เท้าเจิน
“ในเมื่อเพิ่งเข้าเมืองหลวงมาได้ไม่นาน ไฉนเรื่องราวถึงได้เป็นที่เลื่องลือขนาดนี้” เจียงซื่อถามเซี่ยชิงเหยา
เซี่ยชิงเหยาดวงตาเบิกกว้าง และเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ “อาซื่อ สอ