ไม่อยู่ เอ้อร์หนิวจึงไม่ยอมกินอะไรเลย…” ครั้นถูกพี่ชายจับได้คาหนังคาเขาเช่นนี้ยิ่งเจียงซื่อแก้ตัวก็ยิ่งรู้สึกผิด
แต่ไม่ว่าอย่างไรนางก็ไปให้อาหารเอ้อร์หนิวจริงๆแม้คำแก้ตัวนี้จะฟังไม่ขึ้นก็ตาม…
เจียงซื่อรีบเงยหน้าขึ้นไปมองใบหน้าของเจียงจั้นดูเหมือนว่าอารมณ์โกรธที่ปะทุเมื่อครู่จะสงบลงแล้ว แต่ใบหน้านั้นยังคงกำลังพินิจบางอย่างเจียงซื่อเงียบงันชั่วครู่ และหลุบตามองลงไปที่ปลายเท้าตัวเอง
ไม่รู้มาก่อนเลยว่าพี่รองจะมีมุมจริงจังกับเขาด้วยไม่รู้ว่าเขากำลังคิดสิ่งใดอยู่
ในขณะนั้นนางได้ยินเจียงจั้นถามเสียงต่ำ “น้องสี่หรือว่าเจ้า…ชอบพี่อวี๋ชี”
ขนตาของเจียงซื่อสั่นระริก
สายตาของเจียงซื่อยังคงจับจ้องไปที่ภาพรองเท้าปักลายสีเขียวอ่อน ปลายรองเท้ามีรอยเปือนเล็กๆ สีเทาจางๆ ดอกพุดซ้อนปักลายสีขาวเปือนฝุั่นสีเทาที่ได้จากการวิ่งเมื่อครู่ เฉกเช่นเดียวกันกับอารมณ์ของนางที่ว้าวุ่นยากเกินจะเข้าใจ
เจียงซื่อไม่เคยรู้มาก่อนว่าหัวใจของคนเราจะซับซ้อนถึงเพียงนี้ เพราะบางครั้งตัวเองก็ยังบอกไม่ได้ว่าตัวเองต้องการอะไร
หญิงสาวยืนอยู่ต่อหน้าพี่ชายที่สูงกว่านางประมาณหนึ่งช่วงศีรษะ สายตายังคงก้มต่ำ นางยังลังเลและเงียบงันอยู่อย่างนั้น
เจียงจั้นจึงสรุปเองว่าความเงียบงันนั้นเกิดจากความเขินอาย เขากุมมือตัวเองทั้งสองข้างพลางเอ่ย “ข้าว่าแล้วเชียว วันคืนยืนยาวก็ย่อมมีโอกาสพลาดท่าเข้าสักวัน!”พี่อวี๋ชี ไอคนหน้าไม่อาย เกลี้ยกล่อมน้