หดหู่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เลิกเอ่ยถึงเขาเสียที ยิ่งเอ่ยข้าก็ยิ่งหงุดหงิด”
เรื่องที่เจ้าเจ็ดกัดคนไม่เลือกหน้าเป็นหมาบ้าคงต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องโชคร้าย หากแม่เสือโคร่งตัวนี้รู้เรื่องที่เขาคะนึงหาคุณหนูสี่แห่งจวนตงผิงปัวคงได้เป็นเรื่องอีกแน่
เมื่อพราชายาหลู่คิดว่าเป็นเพราะความโชคร้ายขององค์ชายห้าจึงเลิกเซ้าซี้ นางเปลี่ยนไปถามว่า“ท่านอ๋อง เหตุใดเสด็จพ่อถึงได้แต่งตั้งองค์ชายเจ็ดเป็นอ๋องละเพคะ”
“ข้าจะไปรู้ได้ยังไง!”
ภายในตู้โดยสารม้าของแต่ละจวน คนที่อยากรู้คำตอบของคำถามนั้นไม่ได้มีเฉพาะพราชายาหลู่เพียงคนเดียว เพราะแต่ละคนที่ถูกถามก็ไม่มีใครให้คำตอบได้เช่นกัน
“เจ้าไม่ต้องไปสนใจว่าน้องเจ็ดขึ้นเป็นอ๋องได้อย่างไร ความคิดของเสด็จพ่อนั้นยากเกินหยั่งถึงเสด็จพ่อย่อมมีพระประสงค์ของพระองค์เอง ข้ากับน้องเจ็ดเกิดจากท้องมารดาเดียวกัน อีกไม่นานเขาก็ต้องมีจวนเป็นของตัวเอง ถึงเวลานั้นเจ้าก็ทำหน้าที่พี่สะใภ้ที่ดีก็พอ หากอนาคตเขามีชายา เจ้าก็เพียงทำตัวเป็นมิตรไว้” ภายนอกรถม้าดูเรียบง่าย ส่วนภายในก็ถูกออกแบบมาอย่างสะดวกสบาย องค์ชายสี่กล่าวเอ่ยกับพราชายาฉี
รูปโฉมภายนอกของพราชายาฉีถือว่าอยู่ในเกณฑ์ทั่วไป แต่ที่โดดเด่นกว่าคนอื่นๆ คืออากัปกิริยาที่สง่าผ่าเผย เมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงพยักหน้าส่งยิ้มพลางเอ่ยขึ้นว่า “ท่านอ๋องวางพระทัยได้เพคะกลับไปหม่อมฉันจะสั่งให้คนส่งของกำนัลมาให้องค์ชายเจ็ด รอจวนเยี่ยนอ๋อ