่านี้เหมือนดั่งเม็ดไข่มุกที่เหลือเพียงต้องใช้เส้นๆ หนึ่งมาร้อยเรียงต่อกัน
เจินซื่อเฉิงนั่งหลับตาอิงกับเก้าอี้ พร้อมกับเคาะนิ้วกับโต๊ะ
คดีต่อคดี สร้างความทรุดโทรมที่ได้จากความเหนื่อยล้าให้กับชายวัยกลางคนๆ นี้ ทรงคิ้วที่หนักแน่นได้ประกบเข้าหากันจนเป็นรอยย่น เห็นได้ว่าเขาเป็นคนที่กัดไม่ปล่อยลูกน้องเข้าใจดีว่านี่เป็นเวลาไตร่ตรองของใต้เท้าเขาจึงปิดปากเงียบไม่กล้ารบกวน
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน จังหวะการเคาะของนิ้วพลันหยุดลงพร้อมกับดวงตาที่ลืมขึ้นของเจินซื่อเฉิง
“ข้าพอเข้าใจแล้วล่ะ!”
“ใต้เท้า…”
“ช่วยจัดการให้ข้าที ข้าต้องการพบคุณหนูเจียงสี่ท่านนั้น”
“ว่าอย่างไรนะขอรับ” ลูกน้องอ้าปากค้าง
นี่มากเกินไปหรือไม่ขอรับใต้เท้า
“มีปัญหาอะไรรึ”
ลูกน้องทำหน้าลำบากใจ “ใต้เท้า นางเป็นถึงคุณหนูตระกูลชนชั้นสูงจวนปัว พวกเราใช้สถานะอะไรไปขอพบล่ะขอรับ”
จะด้วยส่วนตัวหรือส่วนรวม อย่างไรเสียก็ต้องมีสักเหตุผลล่ะน่า
เจินซื่อเฉิงพลันลุกขึ้น “เจ้าไปจวนปัวกับข้า คดีนี้ยังไม่จบพอดี จวนปัวกับจวนฉังซิงโหวมีความสัมพันธ์ด้านการปรองดองกันอีก ข้าต้องการเข้าใจสถานการณ์บางอย่างจากเหล่าคุณหนูพวกนั้น”
……
จวนตงผิงปัวรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมากที่ได้รับคำขอพบจากเจินซื่อเฉิง
“ฉังซิงโหวซื่อจื่อถูกตัดสินให้ประหารชีวิตทันทีแล้วมิใช่หรือ แล้วยังจะสอบถามสิ่งใดกับเชี่ยนเอ๋อร์อีก” เซียวซื่อกำผ้าเช็ดหน้าแน่นพร้อมแสดงสีหน้าไม่พึง