ียงซื่อถอนหายใจและเตือนตัวเองว่าห้ามใจอ่อนเด็ดขาด
เอ้อร์หนิวจึงนั่งลงพร้อมยกอุ้งเท้าขึ้นปิดหูของตัวเองหนึ่งข้าง
เจียงซื่อ “…”
“หงิงๆ” เอ้อร์หนิวใช้โอกาสน้ำขึ้นให้รีบตัก
เจียงซื่อไม่รู้จะทำอย่างไร จึงเอ่ย “เอาล่ะๆ ไว้ข้าสะดวกแล้วข้าจะไปนะ”
นางกลัวเอ้อร์หนิวไม่เข้าใจ จึงแสดงภาษามือเพื่ออธิบาย “ไม่ใช่ตอนนี้…”
เอ้อร์หนิวลุกขึ้นอย่างดีใจ ส่ายหางขนปุยเสร็จก็วิ่งจากไปทันที
เจียงซื่อเม้มริมฝีปาก
เอ้อร์หนิวรู้จักแกล้งทำตัวน่าสงสารด้วย! นี่มันคือสิ่งที่สุนัขตัวหนึ่งควรรู้รึ
ต้นพุทราคอเอียงด้านหน้าเรือนหลังหนึ่งในตรอกซอยเชวี่ยจื่อยังคงเต็มไปด้วยดอกพุทรา สุนัขตัวใหญ่ตัวหนึ่งเดินผ่านไป พลางยกเท้าหน้าขึ้นเคาะประตูอย่างชำนาญ
ประตูถูกแง้มออกเล็กน้อย สุนัขตัวใหญ่มุดเข้าไปอย่างช่ำชอง
อวี้จิ่นนั่งยกแก้วน้ำชารออยู่ที่โต๊ะหินอย่างใจร้อน
ถ้าเอ้อร์หนิวยังไม่กลับมาอีกเขาจะลงโทษด้วยการลดปริมาณกระดูก
“โฮ่งๆ” อุ้งเท้าหน้าสองข้างของเอ้อร์หนิวเกาะตรงโต๊ะหิน
อวี้จิ่นยื่นมือหยิกหน้ามัน “ทำท่าขอรางวัลเช่นนี้แล้วเจ้ามีสิ่งใดตอบแทนข้าเล่า”
เอ้อร์หนิวอยู่กับเขามานาน เมื่อก่อนรู้สึกเพียงว่ามันต่อสู้เก่งมาก ยามอยู่ในสนามรบนับว่าเป็นผู้ช่วยที่ดี ‘คน’ หนึ่ง ตั้งแต่กลับเข้าเมืองหลวงรู้สึกว่ามันยิ่งอยู่ยิ่งฉลาด
เอ้อร์หนิวของเขาคงกลายเป็นเทพเซียนไปแล้วกระมัง
อวี้จิ่นไม่มีความไม่สบายใจหรือกังวลใจเป็นเพียงเสี้ยวเดียวในฐานะที