เห็นเอ้อร์หนิวเคี้ยวกระดูกอย่างเอร็ดอร่อย ส่วนเจ้านายก็จับคางและเผลอยิ้มอย่างคนโง่ เขาอดไม่ไหวจึงกล่าวออกไป “เจ้านายขอรับ เจ้านายกับคุณหนูเจียงเคยพบหน้าไม่กี่ครั้งเอง ไม่น่า…ขนาดนี้หรอกกระมัง”
ไม่น่าหลงคุณหนูท่านนั้นจนหัวปักหัวปาถึงเพียงนี้หรอกกระมัง เจ้านายไม่ใช่คนมองคนผิวเผินเช่นนี้นี่!
“ไม่น่าอะไรรึ” อวี้จิ่นขมวดคิ้วสงสัย
ด้วยความที่มีประสบการณ์ชีวิตไม่เหมือนกับพระโอรสองค์อื่น อวี้จิ่นจึงไม่ได้ปฏิบัติตัวสูงส่งกับหลงต้านและหลงอิ่ง
“ข้าน้อยแค่รู้สึกว่าท่านยังไม่รู้จักคุณหนูเจียงดีพอ แม้แต่จุดเด่นของคุณหนูเจียงคือสิ่งใดท่านก็ไม่ทราบ คงไม่ถึงขั้น…”
อวี้จิ่นเหลือบมองหลงต้านหนึ่งที “เจ้าไม่รู้จุดเด่นของคุณหนูเจียงงั้นรึ”
“ข้าน้อยไม่ทราบขอรับ!” หลงต้านปฏิเสธยิ้ม
ถึงรู้ก็ไม่กล้าพูด เจ้านายโมโหขึ้นมาจะทำอย่างไรเล่า
“มีรูปลักษณ์ที่สวยไงล่ะ”
“ฮะ?” หลงต้านถูใบหู เพราะสงสัยว่าตนฟังผิด
อวี้จิ่นขมวดคิ้ว “จุดเด่นเด่นชัดถึงเพียงนี้เจ้ามองไม่ออกเลยหรือ”
หลงต้านเงียบไปครู่หนึ่ง จึงเอ่ยถาม “ถ้าเช่นนั้นท่านรู้สึกไปเพียงเพราะว่าคุณหนูเจียงมีรูปลักษณ์ที่สวยงาม…”
“เท่านี้ยังไม่เพียงพออีก?” อวี้จิ่นถามกลับ
หรือว่าต้องให้เขายอมรับว่าเมื่อสมัยวัยหนุ่มเขาเคยพลาดพลั้งถูกเข้าใจว่าเป็นสตรีจนถูกขายให้กับหอนางโลม แล้วเกิดโชคดีที่ได้อาซื่อเคยช่วยไว้ นางถึงได้อยู่ในใจเขามาถึงทุกวันนี้?
เรื่องน่าอายเช่นนี้อย่าว่า