แต่ไม่พบแม้เงาของเอ้อร์หนิว
“เจ้าเห็นเอ้อร์หนิวที่ไหนรึ”
อาหมานชี้นิ้วพลางเอ่ย “ตรงนั้นเจ้าค่ะ ตอนแรกบ่าวก็ไม่ได้สนใจ บ่าวพลันเห็นสุนัขตัวใหญ่ตัวหนึ่งออกมาจากมุมหนึ่งของริมกำแพง”เจียงซื่อมองไปทางที่อาหมานชี้
ไม่นานนัก สุนัขตัวใหญ่ก็โผล่หัวออกมา
เจียงซื่อเกือบหลุดหัวเราะ
ทำนางเป็นห่วงเสียเปล่าจริงๆ เอ้อร์หนิวรู้จักหลบซ่อนเป็นด้วย งั้นการที่โผล่หน้ามาให้อาหมานเห็น เป็นความตั้งใจของมันน่ะสิ
เจียงซื่อบอกกล่าวให้อาหมานอยู่กับที่ ส่วนนางเดินไปตรงนั้นด้วยตัวเอง
เมื่อเห็นเจียงซื่อเดินมา เอ้อร์หนิวแลบลิ้นเลียฝั่ามือของนางอย่างดีใจ
เจียงซื่อลูบหัวเอ้อร์หนิวพร้อมกับบ่นพึมพำ “เอ้อร์หนิว เหตุใดเจ้าถึงทำตัวสนิทสนมกับข้าเช่นนี้ล่ะ”
นางนึกภาพไม่ออกแล้วว่าเมื่อชาติก่อนที่นางพบเอ้อร์หนิวครั้งแรกนั้นมันเป็นอย่างไร ตอนนั้นเอ้อร์หนิวยังไม่ฉลาดเท่านี้
แต่ตอนนี้เอ้อร์หนิวอายุน้อยกว่าตอนนั้นอีก หากนับตามเวลาแล้วฉลาดขึ้น ถ้าเช่นนั้น ครั้งแรกที่เจอกันเมื่อชาติก่อนมันก็ยิ่งฉลาดสิถึงจะถูกเจียงซื่อสบตากับสายตาบริสุทธิ์ของสุนัขตัวใหญ่พลางมีความคิดนึงวนเวียนอยู่ในหัว หรือว่าเอ้อร์หนิวเป็นเหมือนนาง เป็นสุนัขสองภพชาติ?
เหลือเชื่อเกินไปแล้ว
เจียงซื่อส่ายหัวสลัดความคิดไร้สาระนี้ทิ้ง
เอ้อร์หนิวแตะมือเจียงซื่ออย่างใจร้อน แล้วเงยหัวขึ้นพลางทำให้เห็นเหรียญทองแดงตรงคอ
เจียงซื่อจ้องเหรียญทองแดงนั้นครู่หนึ่ง แล้วทำการพลิก