ดพลาด จึงได้ทำการเผามันทิ้ง ใต้เท้า ข้าน้อยยอมรับผิดแล้วขอรับ ได้โปรดใต้เท้าไว้ชีวิตข้าด้วย!”
เจินซื่อเฉิงไม่คิดจะสนใจอันจื่ออยู่แล้ว เขากวาดสายตาไปยังบ่าวรับใช้จวนโหวพลางเอ่ยถามขึ้น“พวกเจ้าเคยเห็นคนๆ นี้สวมใส่เสื้อผ้าที่มีกระดุมลายหยกหรือไม่”
บ่าวรับใช้ทั้งหมดเงียบกริบไม่มีใครตอบ
พวกเขาไม่เคยเห็นอยู่แล้ว แต่ใครจะกล้าพูดออกไปเล่า
อันจื่อเป็นเด็กรับใช้ข้างกายของซื่อจื่อ ขนาดนี้แล้ว เหล่าบ่าวรับใช้จะคิดไม่ถึงได้อย่างไรว่าใครคือฆาตกร พวกเขาตกใจจนเข่าอ่อนไปหมด
สายตาอันเยือกเย็นของฉังซิงโหวซื่อจื่อตกอยู่ที่ลู่จื่อ
ลู่จื่อตัวสั่นระริก ลมหนาวพุ่งตรงผ่านกระดูกสันหลังออกทางปาก “ข้าน้อยเคยเห็นขอรับ!”
ร่างกายของเขาสั่นไหวหลังพูดจบ
คงเป็นเรื่องน่ายินดี อย่างน้อยคนที่รับผิดแทนซื่อจื่อคืออันจื่อ บางทีเขายังมีโอกาสมีชีวิตรอด!เจินซื่อเฉิงมองลู่จื่อ สายตาที่มองออกทุกอย่างคู่นั้น ทำให้เขาไม่สามารถยืนนิ่งจนตัวอ่อนยวบคุกเข่าลงกับพื้น
“ข้าเห็นอันจื่อสวมใส่ชุดที่มีกระดุมสีเขียวจริงๆนะขอรับ ตอนนั้นข้ายังรู้สึกอิจฉา แต่คิดไม่ถึงว่าเขาจะเป็นคนเช่นนี้!”
เจียงซื่อทนฟังคำโกหกของลู่จื่อพลางยิ้มอย่างเย็นชา
ฉังซิงโหวซื่อจื่อช่างเป็นคนไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาเสียจริง ถึงเวลานี้แล้วก็ยังคิดจะหาคนมารับผิดแทนอีกแสงสีขาวจางๆ ลอยขึ้นจากฝั่ามือข้างขวาทันทีที่พลิกมือ เพราะเป็นช่วงเวลากลางวันจึงไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตา