ต่หยิบไม้กระบองขึ้นและวิ่งเข้าหาสุนัขตัวใหญ่ด้วยตัวเองแทน
“กลับมาเดี๋ยวนี้ ระวังหมาบ้านั่นทำร้ายเจ้า!” ฉังซิงโหวกระวนกระวาย
เจินซื่อเฉิงส่งสายตาให้กับบ่าวรับใช้ “ยังไม่รีบไปคุ้มครองซื่อจื่ออีก!”
บ่าวรับใช้สองคนรับคำสั่งและวิ่งไปหาทันที คนหนึ่งดึงแขนของฉังซิงโหวซื่อจื่อเอาไว้พร้อมห้ามปราม “ซื่อจื่ออย่าได้เอาตัวเองไปเสี่ยงเลยขอรับให้พวกบ่าวไปจัดการเถอะขอรับ”
“ปล่อยมือข้า!” ใบหน้าของฉังซิงโหวซื่อจื่อบวมแดงจนแทบเป็นสีแดงตับหมู ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความกังวลใจหรือความโกรธแต่ผู้ติดตามที่เจินซื่อเฉิงพามาด้วยเห็นชัดว่ามีวิชาพอควร แม้เขาพยายามอย่างไรก็ไม่สามารถปลีกตัวออกไปได้ เขาจึงใช้ขาทั้งสองข้างถีบสุดกำลังที่มี ซึ่งสภาพดูแย่เกินคำบรรยาย
ส่วนหญิงสาวตระกูลผู้ดีที่หลบอยู่ตามจุดต่างๆพากันเบิกตาโตมองดูอย่างไม่ละสายตา
การชอบดูความคึกคักเป็นนิสัยของคนแต่กำเนิดไม่มีการแบ่งแยกว่าเป็นชาย หญิง คนแก่หรือเด็ก
มีหญิงสาวคนหนึ่งรู้สึกซาบซึ้งพร้อมเอ่ยขึ้น “คิดไม่ถึงเลยว่าฉังซิงโหวซื่อจื่อจะรับผิดชอบแขกได้ถึงเพียงนี้ บ่าวรับใช้ไม่ได้เรื่อง จึงเข้าไปไล่หมาบ้าด้วยตัวเองโดยไม่คำนึงถึงอันตรายใด”แต่มีสาวน้อยหน้าตานิ่งเรียบคนหนึ่งกลับเห็นถึงอะไรบางอย่าง “บางทีอาจไม่ใช่เช่นนั้นก็เป็นได้ถึงแม้มีหมาบ้าบุกเข้ามาในงานเลี้ยง แต่การแสดงออกของฉังซิงโหวซื่อจื่อก็ดูจะมากเกินไปหน่อย…”
“หมายความเช่นไรรึ”
สาวน้อยหัวเราะ “ดูไปก