ณะ
เดิมทีนางกับเจียงซื่อไม่เกี่ยวข้องกัน หากจะบอกว่าล่วงเกินก็ยังไม่ถึงขั้นนั้น แต่เจียงซื่อล่วงเกินท่านแม่ใหญ่
นางรู้ดีว่าท่านแม่ใหญ่ที่เป็นผู้ใหญ่แล้วไม่ถือสาหาความหลานสาว แต่กลับโกรธเคืองในใจ
นางออกหน้าว่าไม่พอใจเจียงซื่อ แน่นอนว่านี่จะสามารถประจบประแจงแม่ใหญ่ได้
เจียงเพ่ยนึกถึงรอยยิ้มของท่านแม่ใหญ่ที่มีต่อนางอีกทั้งยังแต่งหน้าหนาให้ทุกวัน ไหนเลยจะสนใจว่าเจียงซื่อจะคิดอย่างไร
เห็นเจียงเพ่ยไม่พูดอะไร เจียงซื่อยิ้มเยาะ “ไม่มีใช่ไหม”
จู่ๆ นางก็ยื่นมือออกไป นิ้วเรียวงามของนางเชิดคางของเจียงเพ่ยขึ้น กล่าวเสียงเย็นเยือกว่า “แม้ข้าจะไม่ได้ล่วงเกินน้องหก แต่ข้าเคยล่วงเกินอาสะใภ้รอง น้องหกเป็นปรปักษ์กับข้า ย่อมไปขอความโปรดปรานจากอาสะใภ้รองได้ ข้าพูดถูกหรือไม่”
เจียงเพ่ยไม่เคยคิดเลยว่าเจียงซื่อจะพูดออกมาตรงๆ เบือนหน้าหนีแล้วพูดด้วยความโกรธ “พี่สี่ท่านพูดเช่นนี้กับท่านแม่ของข้าได้อย่างไร หรือท่านคิดว่าท่านแม่ของข้าเป็นคนใจแคบและเข้ากับคนรุ่นหลังไม่ได้ ที่นี่มีคนฟังอยู่ตั้งเยอะ!”สี่พี่น้องมารวมตัวกันที่ศาลา ข้างกายมีสาวรับใช้และคนเดินผ่านไปมา เมื่อเจียงเพ่ยโวยวายเช่นนี้สายตาของทุกคนก็จับจ้องไปที่เจียงซื่อ
แต่เจียงซื่อกลับทำหน้าเรียบเฉย เอ่ยขึ้นอย่างไม่แยแส “ข้าพูดเช่นนี้เพราะคำพูดและการกระทำจากน้องหกทำให้ข้ารู้สึกเช่นนี้ เจ้าเป็นบุตรสาวของบ้านเล็ก อาสะใภ้รองเป็นที่แม่ใหญ่มีความรับผิดชอบในกา