รอบรมเลี้ยงดูเจ้า ข้าไม่เชื่อว่าเจ้ากินข้าวโตมาจนปั่านนี้แล้วยังไม่รู้จักแม้กระทั่งคำว่าฐานะสูงต่ำ ดังนั้น…”
เจียงซื่อมองเหล่าบ่าวไพร่ที่เงี่ยหูฟังเรื่องซุบซิบนินทาแวบหนึ่ง กวาดสายตามองคนพวกนั้นแล้วก้มหน้าลง“ดังนั้น หากเจ้ายังทำตัวโอหังเช่นนี้ อีกหน่อยข้าคงคิดว่าอาสะใภ้รองจงใจตามใจเจ้า จิตใจคับแคบจงใจหาเรื่องกับเด็กอย่างข้า!”
เสียงของหญิงสาวนั้นไพเราะ แต่เพราะเสียงที่อ่อนโยนตามธรรมชาติของนางไม่แสบแก้วหูกลับกันนางกลับรู้สึกราวกับไข่มุกที่ร่วงหล่นลงมาบนจานหยก
เจียงเพ่ยตะลึงงัน
นางกล้าแสดงท่าทีเป็นคนพาลต่อหน้าผู้คนมากมายได้อย่างไร ไม่กลัวที่จะเสียชื่อหรอกหรือ
เจียงซื่อตบแก้มเจียงเพ่ยเบาๆ แฝงไว้ด้วยความดูแคลนและคำตักเตือน “จำไว้นะ หากยังทำให้ข้าไม่มีความสุขอีก ข้าจะพาเจ้าไปพูดต่อหน้าอาสะใภ้รอง ดูสิว่าถึงเวลานั้นอาสะใภ้รองยังจะยอมทำเพื่อเจ้าไหม””
เจียงเพ่ใบ้รับประทานทันที
ถ้าเจียงซื่อไปหาท่านแม่ใหญ่จริงก็จะทำให้ท่านแม่ใหญ่เสียหน้า มีหรือจะเป็นผลดีต่อบุตรีอนุอย่างนาง
ตลอดทางเจียงซื่อมีความสุขกับความสงบอย่างหาได้ยาก เมื่อลงจากรถ เจียงเชี่ยวก็ดึงนางแล้วกระซิบว่า “น้องสี่ เดิมทีข้าคิดว่าเจ้าจะไม่มา เจ้าเป็นอะไรไป ทั้งๆ ที่รู้ว่าซื่อจื่อจวนฉังซิงโหวไม่ใช่ตัวดี ยังกล้าเอาตัวเองเข้าไปติดร่างแหอีก?”
เจียงซื่อรู้สึกอบอุ่นในใจ
เดิมทีเจียงเชี่ยวไม่อยากมา พอได้ยินว่านางมา จึงตามมาด้วย
นางกำมือเจียง