ะไม่เย็นชากับเขาอีกแล้ว
แต่ว่าอาซื่อคิดจะไปที่ไหนกันแน่
วันถัดมา ทั้งหมดก็อยู่เมืองเยี่ยนจื่ออีกครึ่งวัน
เจียงซื่อได้ยินว่านายท่านฉือพาบ่าวรับใช้สองสามคนออกจากบ้านแต่เช้าตรู่ ถือว่าสบายใจได้ครึ่งหนึ่ง แล้วจึงชวนเจียงจั้นกลับบ้านเจียงจั้นที่เดินทางออกจากสายตาของเจียงอันเฉิงเปรียบได้กับนกที่หลุดออกจากกรง เขาเล่นเตร็ดเตร่อย่างสนุกสนาน พอเห็นเจียงซื่ออยากกลับบ้านก็ตอบตกลงโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
เดิมทีที่เดินทางครั้งนี้ก็เพราะได้รับอานิสงส์จากน้องสี่ แน่นอนว่าต้องทำตามใจน้องสี่
ตอนขามาก็เดินทางบ้างหยุดบ้าง ตอนขากลับกลับเดินทางได้เร็ว เดินทางเพียงไม่กี่วันทุกคนก็กลับมาถึงเมืองหลวง
เจียงจั้นที่ยืนอยู่บนถนนที่คึกคักถอนหายใจ “แม้จะดีใจที่ได้ออกไปเที่ยวข้างนอก แต่พอรู้ว่าต้องกลับบ้านก็ดีใจมากกว่า”เจียงซื่อที่พิงหน้าต่างรถ ยิ้มแล้วกล่าวว่า “พี่ชายรองต้องคิดถึงท่านพ่อแน่ๆ”
เจียงจั้นหน้าย่น “เหลวไหล”
ยามที่ท่านพ่อเห็นเขามักมีสองทางเลือกให้เลือกไม่เป็นไม้ไผ่ ก็เป็นแส้หนังชุบน้ำเกลือ เขาไม่คิดถึงหรอก
“น้องเจียงเอ้อร์ ข้าขอตัวก่อน ว่างแล้วไปดื่มสุรากับข้านะ” อวี้จิ่นประสานมือแล้วยิ้มน้อยๆ ให้เจียงซื่อ จากนั้นก็ควบม้าจากไป
เจียงจั้นแอบเบ้ปากหมายความว่าอย่างไร ยิ้มให้น้องสี่ด้วยรอยยิ้มงดงาม เห็นเจตนาชัดว่าอยากสร้างความประทับใจให้น้องสี่ด้วยความหล่อของตัวเอง
ยังดีที่น้องสี่ไม่ใช่คนที่คิดอะไรตื้นเขินเช่นน