ร้านค้าที่ขายสินค้าต่างๆ ล้วนมีหมดด้านข้างของเมืองยังมีบ่อบัวขนาดใหญ่ ตอนนี้เป็นช่วงที่ดอกบัวกำลังเบ่งบานพอดี
เจียงจั้นสืบถามจนรู้ว่ามีสถานที่ดีๆ แห่งนี้อยู่ จึงอยากชวนเจียงซื่อกับอวี้จิ่นไปด้วย
เจียงซื่อที่รับปากอวี้จิ่นว่าจะให้ลงมือด้วยกันอย่างจนปัญญา ซึ่งได้ปรึกษาหารือกันแล้ว โดยให้อวี้จิ่นออกหน้าไปสืบเรื่องราวภายบ้านของนายท่านฉือก่อน ดังนั้นอวี้จิ่นจึงหาข้ออ้างปฏิเสธข้อเสนอของเจียงจั้น
เจียงจั้นดีใจมากที่อวี้จิ่นอยู่ห่างจากน้องสาวตัวเองไปหน่อย เขาพาเจียงซื่อไปชมดอกบัวอย่างตื่นเต้น และเดินทางกลับอย่างสนุกสนาน เมื่อกลับมาถึงโรงเตี๊ยมก็เป็นเวลาพลบค่ำแล้ว
โต๊ะสี่เหลี่ยมริมหน้าต่างเต็มไปด้วยอาหาร อวี้จิ่นเรียกทั้งสองคนมา กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “คาดว่าพวกเจ้าน่าจะกลับมาแล้ว อาหารเพิ่งมาถึง ยังร้อนๆ อยู่เลย”
เจียงจั้นมองจานเนื้อบนโต๊ะ ดวงตาเป็นประกาย“พี่อวี๋ชีรู้ใจข้าดีที่สุด”
อวี้จิ่นยิ้มพลางส่งตะเกียบให้ทั้งสองคน “วันนี้เหนื่อยกันแล้ว กินเสร็จก็พักผ่อนกันเร็วเถิด มีอะไรไว้พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน”
เขาพูดจบก็คีบไก่ต้มสับชิ้นวางในจานตรงหน้าเจียงซื่อ “แม่นางเจียงลองชิมดูสิ”
เจียงซื่อเงยหน้ามองก็เห็นอีกฝั่ายกะพริบตาปริบๆ
เจียงซื่อคีบไก่ต้มสับชิ้นขึ้นมาเคี้ยวช้าๆ รู้สึกสงสัยตงิดๆ หรือว่าการที่เอาให้นางกินไก่นั้นมีนัยยะอื่นแอบแฝงอยู่
หลังจากกินข้าวเสร็จต่างคนต่างกลับห้อง อาหมานกำลังจะเตรียมเครื่อง