อาบน้ำ แต่เจียงซื่อก็ห้ามไว้เสียก่อน “อย่าเพิ่งรีบ”
นางคิดไปคิดมา ที่อวี้จิ่นคีบไก่ต้มสับชิ้นให้นางหนึ่งตะเกียบย่อมมีความหมายบางอย่าง น่าจะบอกเป็นนัยถึงช่วงเวลาที่เขาจะมาหานาง
เมื่อถึงยามโหย่ว เขาก็น่าจะถึงแล้ว
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูจากด้านนอกดังขึ้นเบาๆ
อาหมานอดไม่ได้ที่จะมองไปทางเจียงซื่อ
“ไปเปิดประตูให้เขาเข้ามา”
เอี๊ยด อาหมานรีบเดินไปเปิดประตู
อวี้จิ่นเข้ามาอย่างคล่องแคล่ว
“ท่าน…”
อาหมานกำลังจะพูดอะไรบางอย่างออกมา แต่เสียงของเจียงซื่อก็ดังขึ้นมา “อาหมานปิดประตูให้สนิท”
อาหมานจำต้องปิดประตูให้สนิท สายตาจ้องเขม็งทุกการเคลื่อนไหวของอวี้จิ่น
อวี้จิ่นก้าวเท้าเดินไปนั่งข้างๆ เจียงซื่อ เล่าถึงสถานการณ์ที่ไปสืบมาได้ “ข้ารู้แล้วว่าบ้านของนายท่านฉืออยู่ที่ไหน ยังมีเรื่องที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งจะเล่าให้เจ้าฟัง บางทีอาจเป็นประโยชน์ต่อความเคลื่อนไหวของพวกเรา”
“เรื่องอะไรหรือ” สำหรับพฤติกรรมที่คุ้นเคยของใครบางคนนั้น เจียงซื่อไม่อยากจะพูดอะไรแล้ว“ในทุกปีของช่วงนี้นายท่านฉือจะออกไปทำการค้าขาย อย่างเร็วที่สุดก็จะกลับมาถึงในปลายฤดูร้อน ที่ครานี้กลับมาเร็วขนาดนี้ไม่ใช่เพราะคนในบ้านพบว่าจดหมายคุณหนูที่คุณหนูส่งให้เขาหายไป แต่เป็นเพราะเขาฝันร้ายติดๆ กันหลายคืน ฝันว่าลูกสาวร้องไห้ร้องขอความช่วยเหลือนายท่านฉือรู้สึกไม่สบายใจ สุดท้ายก็รีบจบการค้าขายแต่เนิ่นๆ แล้วรีบกลับมา คิดไม่ถึง