ังเอิญสะดุดลงที่บริเวณแขนของเสวียนฉือ เขารู้สึกตกใจออกมาอย่างอดไม่ได้
แสงไฟกลางลานสว่างจ้า รอยข่วนลึกที่ยังมีคราบเลือดติดอยู่บริเวณแขนของเสวียนฉือสะดุดตาเป็นพิเศษ
“มีอะไรรึ” พวกที่มุงดูต่างมองมาอย่างอยากรู้อยากเห็น แต่เนื่องจากอยู่ไกลจึงเห็นไม่ชัด“ข้าคอยจับตาดู เห็นอาจารย์เสวียนฉือใช้มือซ้ายหมุนลูกประคำอยู่ตลอด” น้ำเสียงพูดของผู้บัญชาการในยามวิกาลดูเยือกเย็นเล็กน้อย “ซื่อเจี้ยถนัดซ้าย อาจารย์เสวียนฉือก็ถนัดซ้ายเช่นกันเรื่องบังเอิญเช่นนี้มีอยู่จริง แต่พบได้น้อยมากทว่าถ้าเปรียบเทียบกันขึ้นมาข้าเชื่อในการคาดคะเนของตัวเองมากกว่า ตอนที่หลิวเซิ่งพยายามต่อสู้ดิ้นรนคงจะข่วนโดนตรงมือขวาของท่านสินะ!”
“อมิตพุทธ ท่านเข้าใจผิดแล้ว รอยข่วนที่มือของอาตมามาจากแมวปั่า”
“อาจารย์เสวียนฉือยังนิ่งเฉยได้อยู่อีกรึ!” ผู้บัญชาการยื่นมือออกมาพลางแสยะยิ้มถามขึ้น“ถ้าอย่างนั้นนี่ล่ะ?”
ในมือของเขามีลูกประคำเม็ดหนึ่ง ลูกประคำเม็ดเล็กๆ กลับทำให้สีหน้าของเสวียนฉือเปลี่ยนไปภายในพริบตาเดียว
ผู้บัญชาการหัวเราะออกมาเบาๆ “ลูกประคำต้นจันทน์แบบนี้ไม่ใช่ของที่พระสงฆ์ธรรมดาใช้กันข้าสังเกตมานานมาก ท่ามกลางพระท่านที่อยู่ในลานนี้มีเพียงแค่ลูกประคำของอาจารย์เสวียนฉือเท่านั้นที่เป็นลูกประคำต้นจันทน์”
เมื่อทุกคนได้ยินสิ่งที่ผู้บัญชาการพูด ต่างก็มองมายังลูกประคำที่ห้อยอยู่บนตัวของเสวียนฉืออย่างอดไม่ได้ มันเป็นลูกประคำต้นจันทน์จริ