เสื้อผ้าอาภรณ์ที่สวมใส่อยู่บนตัวไม่ได้โดดเด่นมากนัก ทว่าศีรษะที่ไร้ผมของเขาราวกับส่องแสงออกมาได้ ทุกคนตะลึงอ้าปากค้างกันเลยทีเดียว
ซื่อไห่พูดเสียงหลง “ศิษย์พี่ซื่อเจี้ย!”
นึกไม่ถึงเลยว่าคนที่ผู้ตรวจการจับมาจะเป็นพระรูปหนึ่ง!
บรรยากาศอบอวลไปด้วยความประหลาดใจ
ซื่อไห่รีบเดินเข้าไปเพื่อจะประคองเขาลุกขึ้น“ศิษย์พี่ซื่อเจี้ย ทำไมถึงเป็นท่านได้ นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่”
พระที่ถูกเรียกว่า ‘ซื่อเจี้ย’ นั่งนิ่งอยู่กับพื้น ไม่พูดไม่จาและไม่มีการขัดขืนใดๆ
“พวกเจ้ารีบปล่อยตัวเขาเร็วเข้า นี่ต้องเป็นเรื่องเข้าใจผิดแน่!” ซื่อไห่พูดเสียงดัง
ผู้ตรวจการไม่ได้สนใจซื่อไห่ แล้วเอ่ยพูดกับผู้บัญชาการออกไป “นายท่าน ตอนที่ข้าน้อยพาคนไปถึง ภายในบ้านตระกูลหลิวมีร่องรอยการต่อสู้เล็กน้อย แถมยังมีรอยเลือดด้วย”“นอกจากคนผู้นี้แล้ว ไม่มีผู้ใดอีกเลยรึ”
“ขอรับ”
เด็กหนุ่มที่หลี่เจิ้งรับเลี้ยงไว้ข้างกายอดพูดแทรกออกมาไม่ได้ “คลับคล้ายคลับคลาว่าในบ้านตระกูลหลิวจะมีสาวรับใช้อยู่หนึ่งคน”
ในเมืองเช่นนี้ หากบ้านไหนมีสาวรับใช้แสดงว่าไม่ธรรมดา เด็กหนุ่มจึงจำได้อย่างชัดเจน
“ข้าน้อยไม่เจอสาวรับใช้ ทว่าได้ทิ้งลูกน้องไปในเมืองสองคนเพื่อตามหาตัวแม่ของหลิวเซิ่ง ส่วนข้าน้อยนำตัวคนผู้นี้กลับมารายงานก่อน”ผู้บัญชาการมองไปที่พระสงฆ์ “อาจารย์ซื่อเจี้ยทำไมถึงไปโผล่ที่บ้านของผู้ตายได้หรือ”
“อมิตาพุทธ” ซื่อเจี้ยยังไม่ทันได้เอ่ยปากพูดเสว