ียนฉือกับเอ่ยบทสวดออกมาเสียงดังเพื่อเรียกความสนใจจากทุกคนให้หันมา “อาตมาเป็นคนส่งซื่อเจี้ยไปเอง”
“พระอาจารย์อา…” พระท่านที่อยู่รอบๆ สีหน้าปลี่ยนไป
เสวียนฉือยังคงสีหน้าเดิม “อาตมาเห็นว่าโยมหลิวตายในวัด จึงกังวลว่าแม่ของเขาจะถูกคนเลวลอบทำร้ายก็เลยส่งซื่อเจี้ยไปเชิญนางมา อมิตาพุทธ ไม่นึกเลยว่าจะเกิดเรื่อง และถ้าไม่ใช่เพราะพวกท่านไปถึงที่นั่นเร็ว ไม่แน่ซื่อเจี้ยอาจจะถูกเล่นงานไปแล้ว”
ซื่อไห่ที่อารมณ์ร้อนที่สุดดูโล่งใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด
ใครๆ ก็รู้ว่าซื่อเจี้ยเป็นลูกศิษย์ที่สนิทกับอาจารย์อาเสวียนฉือมากที่สุดในวัด เมื่อครู่เขาจึงตกใจมาก
“เป็นเช่นนี้จริงหรือ” เมื่อได้ยินที่เสวียนฉือพูด ผู้บัญชาการก็เอ่ยถามซื่อเจี้ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ในที่สุดซื่อเจี้ยก็เงยหน้าขึ้น คาดไม่ถึงเลยว่าน้ำตาจะไหลนองเต็มใบหน้า “ท่านอาจารย์ ศิษย์ทำตามคำสั่งของท่าน…”
เจียงซื่อมองดูทุกอย่างอยู่เงียบๆ พลางขมวดคิ้วขึ้น
ส่วนผู้บัญชาการก็เห็นได้ชัดว่ากำลังตกที่นั่งลำบากเพราะไม่ได้ตัวแม่ของหลิวเซิ่ง เขาได้แต่นิ่งเงียบแล้วเอามือไขว้หลังไว้
จู่ๆ ทุกอย่างก็เงียบลง“ผู้ตรวจการจ้าว นำเจ้าหน้าที่ ออกไปตามหาคนไม่ว่าจะเป็นแม่ของหลิวเซิ่งหรือสาวรับใช้ หาตัวผู้ใดเจอก่อนก็ให้รีบนำตัวกลับมาทันที”
“ขอรับ” ผู้ตรวจการจ้าวนำคนจำนวนหนึ่งออกไป แต่ไม่นานก็กลับเข้ามา ตัวยังไม่ทันมาถึงก็ตะโกนออกมาอย่างตื่นเต้น “นายท่าน เจอตัวแล้วขอรับ!”
ผู้