จิ่นตบไหล่เจียงจั้นเบาๆ ส่งสัญญาณให้เขาสงบสติลง เมื่อเจียงจั้นสงบลงแล้วก็หัวเราะออกมาเบาๆ พลางเอ่ยว่า “คำพูดของพระอาจารย์ซื่อไห่ช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย คนนอกคนเดียวที่เข้าไปในเขตเขาด้านหลังจะต้องเป็นฆาตกรงั้นหรือ ลองเทียบดูง่ายๆ ก็ได้ว่าหากเป็นคนของวัดเข้าไปฆ่าคนที่นั่นจะไม่ง่ายกว่าหรือ ใต้เท้า ท่านว่าจริงไหมล่ะ”“อมิตาพุทธ โยมอย่ามาให้ร้ายพระสงฆ์องค์เจ้าสานุศิษย์ของพระพุทธองค์ต่างให้ความสำคัญกับทุกชีวิตเท่าเทียมกัน ทั้งหมูเห็ดเป็ดไก่หรือแม้แต่มดหรือแมลงเรายังไม่ทำร้าย แล้วจะฆ่าคนได้อย่างไรกัน” ซื่อไห่กล่าวอย่างขุ่นเคือง
เจียงซื่อเอ่ยขึ้นในช่วงเวลาเหมาะสม “อันที่จริงไม่ว่าพี่ชายของข้าจะไปปรากฏตัวที่เขาหลังวัดหลิงอู้หรือไม่ก็ไม่สำคัญ”
ทุกคนในที่นั้นหันไปมองเจียงซื่อด้วยสีหน้าแตกต่างกันออกไป
แม้ว่าซื่อไห่จะเป็นพระ แต่ก็ยังเป็นคนเจ้าอารมณ์เมื่อได้ฟังถ้อยคำเลี่ยงปัญหาของเจียงซื่อแล้วก็แสดงความไม่พอใจออกมาทันที “ตอนนี้กำลังว่ากันเรื่องคดีฆาตกรรม สีการะวังคำพูดด้วย!”
เจียงซื่อเลิกคิ้ว “พระอาจารย์หมายความว่าให้ข้าหุบปากงั้นสิ”
ซื่อไห่ไม่ตอบสิ่งใด เห็นได้ชัดว่ายอมจำนนต่อคำย้อนของเจียงซื่อ
เจียงซื่อหัวเราะออกมาเบาๆ “ช่างน่าสนใจจริงๆเมื่อครู่พระอาจารย์เพิ่งจะบอกว่าให้ความสำคัญกับทุกชีวิตเท่าเทียมกัน ไฉนเลยตอนนี้เห็นข้าเป็นหญิง ถึงมาบอกให้ข้าหุบปาก เห็นชัดๆ ว่าพระอาจารย์คงมิได้เข้าใจจิตใจของ