วย ส่วนร่างศพชายหนุ่มนั้น ผู้บัญชาการได้สั่งให้คนเฝั้าไว้รอจนกว่าเจ้าหน้าที่จะมาชันสูตรศพจะมา
เมื่อกลับออกมาจากภูเขาด้านหลังที่มืดมิดมาสู่ห้องโถงที่จุดไฟสว่างไสว บรรยากาศก็ดูเบาบางลงไปชั่วขณะ
ผู้บัญชาการเริ่มทำลายความเงียบเป็นคนแรก“ไม่ทราบว่าพระอาจารย์มีนามเรียกขานว่าอย่างไร”
พระสงฆ์ที่ถูกตำหนิรีบตอบ “อาตมานามว่าซื่อไห่”
“แล้วคุณชายท่านนี้ล่ะ”
เจียงจั้นเหลือบไปมองเจียงซื่ออย่างกลัดกลุ้มพลางเอ่ย “ใต้เท้าเรียกข้าว่าเจี่ยงเอ้อร์ได้เลยขอรับ”
เขาจงใจออกเสียงคำว่า “เจียง” ให้คนฟังได้ยินเป็น “เจี่ยง”
ผู้บัญชาการพยักหน้าแล้วหันไปถามซื่อไห่ “พระอาจารย์ซื่อไห่เห็นว่าเจี่ยงเอ้อร์ไปที่เขาด้านหลังตอนช่วงโมงยามใดรึ แล้วเห็นเข้าออกจากที่นั่นช่วงตอนกี่ยาม”
ซื่อไห่คิดก่อนจะตอบว่า “มื้อเที่ยงที่วัดจะเป็นเวลาเดิมทุกวัน อาตมาจำได้ว่าหลังจากมื้อเที่ยงไม่นาน ซึ่งก็คือช่วงยามอู่[2] ส่วนกลับออกไปตอนไหนนั้น… อาตมาเห็นโยมเจี่ยงเอ้อร์ช่วยศิษย์น้องซื่อคงตักน้ำอยู่สองสามหน อาตมาก็ไปทำงานต่อแล้ว ไม่ทันสังเกตว่าเขากลับออกไปเมื่อใด”
เมื่อพูดจบเขาก็จ้องไปที่เจียงจั้นอย่างแน่วแน่กล่าวว่า “แต่โยมผู้นี้เป็นคนนอกเพียงคนเดียวที่เข้าไปที่เขาด้านหลัง ศิษย์น้องซื่อคงคงถูกเขาฆ่าปิดปากเป็นแน่! เพราะเขาคือฆาตกรที่ฆ่าชายหนุ่มในบ่อน้ำ!”
เจียงจั้นดีดตัวขึ้นมาด้วยความโมโห “ไร้สาระ!ท่านใช้ตาของลาตัวไหนมองถึงมาบอกว่าข้าฆ่าคน”
อวี้