ง
อวี้จิ่นวางตะเกียบลง “จะอยู่ที่วัดหลิงอู้นานเท่าไหร่”
“ไม่แน่นอน”
“ไปพักโรงเตี๊ยมเถอะ”
เจียงซื่อมองอวี้จิ่นอย่างเย็นชา และพูดอย่างไม่เกรงใจเลยสักนิด “คำพูดเหล่านี้ของคุณชายอวี๋นับเป็นการพูดความในใจกับคนไม่สนิทแล้ว”
“พูดความในใจกับคนไม่สนิท?” ทันใดนั้นอวี้จิ่นก็เอนตัวไปข้างหน้า พูดเบาๆ “เมื่อคืนนั้น…”
“หุบปาก!” เจียงซื่อโกรธจนหน้าแดงจัด “คุณชายอวี๋ แบบนี้ท่านกับไอ้บ้าตัณหากลับจะแตกต่างกันตรงไหน ไม่นึกถึงจิตใจของหญิงอื่นอยากจะทำอะไรก็ทำ ถ้าน้องสาวของท่านถูกชายอื่นหยอกเย้าเช่นนี้ ท่านจะทำอย่างไร”
อวี้จิ่นจ้องไปที่เจียงซื่อ ทันใดนั้นก็ยื่นมือไปจับมือของนางไว้ ถามอย่างจริงจังว่า “แล้วใจของเจ้าล่ะเป็นอย่างไร”
เพราะความจริงจังของเขา ทำให้เจียงซื่อใจลอยอยู่พักหนึ่ง
เจียงจั้นเปิดประตูแล้วเดินเข้ามา “กินเสร็จหรือยัง”
เจียงซื่อเกร็งไปทั้งตัว และรีบพูด “กินเสร็จแล้ว”พูดจบถึงจะพบว่าลืมดึงมือกลับมา
ใต้โต๊ะ สาวน้อยออกแรงดึงมือกลับไป แต่มือที่ใหญ่นั้นกลับจับแน่นยิ่งขึ้น
“ยังกินไม่เสร็จเลย” อวี้จิ่นทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่ในใจของเขากลับดีใจอย่างยิ่ง
จิตใจของนาง หลังจากคืนนั้นที่เขาลวนลามนางไปก็พอจะเข้าใจได้แล้ว
เขาไม่คิดว่าหญิงที่มีทัศนคติแบบนางจะกล้าลงไม้ลงมือกับชายที่นางไม่ได้รักด้วย เหมือนกับตอนนี้ที่นางอดทนไว้
สาวน้อยคนนี้ปากไม่ตรงกับใจ ยอมรับว่ารู้สึกกับเขามันจะเป็นอย่างไรหรือ
เจียงซื่อ