จ้องมองอวี้จิ่น ราวกับว่าเดาความคิดของเขาออก และพูดสบถอย่างเย็นชาในใจว่า ให้ตายเถอะ
ไม่เพียงเพราะแกล้งหวั่นไหวจะทำให้เสียใจเจียนตายแล้ว ยังเพราะฐานะเป็นพราชายาขององค์ชายเจ็ดบ้านั่นก็จะทำให้ไม่ตายดีอีกด้วย“พี่อวี๋ชี ข้านับถือท่านจริงๆ เป็นแบบนี้แล้วท่านยังกินลงไปได้”
อวี้จิ่นเพิ่งจะปล่อยมือของเจียงซื่อ แล้วยิ้มให้เจียงจั้นด้วยรอยยิ้มที่สดใส “ถ้าอย่างนั้นก็ไม่กินแล้ว”
เจียงจั้นตะลึง
ยิ้มก็ยิ้มดีๆ จะยั่วคนอื่นทำไม น้องสาวเขายังอยู่ตรงนี้นะ!
“เมื่อครู่นี้ข้าไปลองคิดดูแล้ว ในเมื่ออาหารจานอื่นไม่ปัญหา มีเพียงแกงผักที่มีกลิ่นแปลกๆ ไม่ใช่น้ำต้มที่ใช้ทำแกงผักมีปัญหา ก็เป็นน้ำที่รดน้ำผักปั่ามีปัญหา” เจียงจั้นวิเคราะห์อย่างจริงจัง“พวกเจ้าคิดว่าอย่างไร”
อวี้จิ่นพยักหน้า “น้องเจียงเอ้อร์พูดมีเหตุผล แต่ว่า… เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับพวกเรา? ตามที่ข้าพูดในเมื่ออาหารรสชาติไม่ถูกปาก จริงๆ แล้วควรรีบออกจากที่นี่”
หาได้ยากที่เจียงซื่อจะคล้อยตามคำพูดของอวี้จิ่น“ใช่ พี่รอง ในเมื่อน้ำของที่นี่ไม่สะอาด พวกเราไปพักที่โรงเตี๊ยมกันเถอะ”
เปั้าหมายที่นางมาที่นี่ชัดเจนมาก และไม่ยอมให้มีปัญหาใหม่แทรกเข้ามาได้เจียงจั้นขมวดคิ้ว “พวกเจ้าไม่สงสัยงั้นหรือ แล้วถ้ามีคนตายจริงๆ ล่ะ”
ทั้งสองคนส่ายหัวพร้อมกัน
“เช่นนั้นก็ได้ น้องสี่เจ้าไปนอนกลางวันเถอะตอนบ่ายพวกเราค่อยไป” เมื่อพบว่าไม่มีใครเห็นด้วย เจียงจั้นจึงต้องจำยอม
เจียง