ื่องเดียวกัน ต่อให้ไม่เชื่อเรื่องผีสางก็คงต้องหวั่นไหวกันบ้าง
“ดูเหมือนว่าแม่นางจะมั่นใจในตัวใต้เท้าเจินยิ่งนัก
เจียงซื่อได้ยินเช่นนั้น ในใจนางก็รู้สึกบางอย่างขึ้นมา
จะว่าไปแล้ว การที่นางเชื่อมั่นใต้เท้าเจินเช่นนี้ก็เป็นเพราะชายผู้อยู่ตรงหน้า
นางยอมรับว่าชายผู้นี้แม้จะเล่นกับความรู้สึกของนาง แต่ในด้านอื่นๆ นางก็เชื่อใจเขามากทีเดียว
ไม่เช่นนั้น นางคงจะไม่หวั่นไหว…
“ข้าควรกลับแล้ว เรื่องในคืนนี้ข้าหวังว่าคุณชายจะกล่าวคำไหนคำนั้น อย่าได้เอ่ยขึ้นกับพี่รองของข้า”อวี้จิ่นเดินตามติดออกไป
เจียงซื่อหยุดฝีเท้าลง “คุณชายอวี๋ไม่จำเป็นต้องไปส่งข้าหรอกเจ้าค่ะ”
อวี้จิ่นยิ้มแล้วชี้ไปยังสุนัขตัวโตที่นอนอยู่ในลาน“ให้เอ้อร์หนิวส่งพวกเจ้ากลับไปเถิด”
เอ้อร์หนิวเดินเข้ามาแล้วดมมือของเจียงซื่อย่างออดอ้อน
เจียงซื่อนิ่งไปสักพักก่อนจะพยักหน้า
เมื่อมองดูเจียงซื่อเดินออกไปไกลพร้อมกับเอ้อร์หนิวแล้ว แต่อวี้จิ่นยังคงอยู่ที่เดิมไม่ขยับเขยื้อน
เขาก้มหน้ามองดูมือตนเอง ภาพที่นางยกมือขึ้นปัดหน้าผากตรงที่เขาจุมพิตนั้นผ่านเข้ามาในความคิด
ดูเหมือนว่านางจะรังเกียจเขากว่าที่คิดเอาไว้
ความรู้สึกเช่นนี้ไม่ดีเอาเสียเลย
อวี้จิ่นหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดบริเวณบาดแผลกลางฝั่ามือที่ถูกเล็บจิกเข้าไปเป็นรอย ผ้าอันขาวสะอาดเปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยเลือดทันใดค่ำคืนอันเงียบสงัด
เมื่อเอ้อร์หนิวเดินทางกลับมา พบว่าอวี้จิ่นยังยืนอยู่ในลาน จึงได้