ฝีปากของตน จากนั้นเอื้อมไปหยิบเก้าอี้มานั่งลง
ไม่นานหลังจากนั้น อวี้จิ่นก็กลับมาพร้อมกับวางกาน้ำชาและถ้วยลงบนโต๊ะ แต่สิ่งที่ไหลออกมานั้นเป็นเพียงน้ำเปล่า
“ไม่ควรให้ดื่มชาในเวลานี้ ดื่มน้ำอุ่นจะเหมาะสมกว่า”
เจียงซื่อรับถ้วยน้ำชาไปแล้วเอ่ยขอบคุณเขา
“แม่นางเจียงชอบดื่มอะไร คราวหน้าข้าจะได้เตรียมให้พร้อม”คำว่า ‘น้ำผึ้ง’ เกือบจะโพล่งออกมาจากปากนางแต่กลับถูกเจียงซื่อหยุดไว้เสียก่อน
“ไม่เป็นไรหรอก ต่อจากนี้ข้าคงไม่มารบกวนคุณชายอวี๋แล้ว มาเข้าเรื่องของวันนี้กันดีกว่า”
“แม่นางอยากจะเจรจาเรื่องใด” อวี้จิ่นโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แสดงออกถึงความร่วมมืออย่างมาก
เขามีดวงตาดุจหงส์ รูม่านตาสีดำดุจอัญมณีดวงตาคู่นั้นเมื่อสั่นไหวช่างเป็นประกายชวนให้ผู้คนหลงใหลเหลือเกิน
เจียงซื่อถอยห่างออกไปเล็กน้อยแล้วขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ
การที่เขาทำท่าทางเช่นนี้ต่อสตรีผู้ที่พบเจอกันไม่กี่ครา คงไม่ใช่คนดีอะไรจริงๆ
“คุณชายอวี๋สะกดรอยตามข้าตั้งแต่เมื่อไร”อวี้จิ่นเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแต่ไม่ได้ตอบนาง
“คุณชายอวี๋ไม่อยากตอบรึ”
อวี้จิ่นยิ้มขึ้นทันที “แม่นางเจียง ท่าทางเช่นนี้ไม่ใช่ท่าทางที่ดีนัก อย่าลืมสิว่าบัดนี้ข้ากำลังข่มขู่เจ้าอยู่ ไม่ใช่เจ้าข่มขู่ข้า”สตรีผู้นี้คิดจะกดขี่ข่มเหงเขาตั้งแต่ตอนนี้เลยหรือถึงจะเป็นเช่นนั้นแต่เขาคงต้องรอให้นางแต่งเข้ามาเสียก่อนจึงจะยอมจำนน
นางหลับตาหายใจเข้าลึก และระงับอารมณ์ที่อยากจะฆ่าเข