าลงไป
“คุณชายอวี๋ว่าควรจะเจรจาอย่างไร”
อวี้จิ่นยิ้มขึ้น ดูเหมือนเขามั่นใจว่าสตรีตรงหน้าจะไม่คัดค้าน “แม่นางเอ่ยถามคำถามก่อน แล้วข้าจะตอบ จากนั้นข้าจะถามแม่นางแล้วแม่นางตอบข้า ทำเช่นนี้ซ้ำๆ ไป แม่นางว่ายุติธรรมดีหรือไม่”
เจียงซื่อกัดริมฝีปากของนางเบาๆ
เจ้าหมอนี่ยังคงมีนิสัยชอบเอาเปรียบคนอื่นเสียจริงๆ
ในชาติก่อนเขาเกลี้ยกล่อมนางให้กลายเป็นคนที่เข้ามาแทนที่คนรักเขา แต่เมื่อนางรู้ตัวก็จมลึกลงไปเสียแล้ว เมื่อนึกถึงเรื่องราวของเจ้าหมอนี่ นางก็ไม่รีรอที่จะหันไปใช้วิธีฆ่าคนแล้วออกบวชดังนั้นนางจึงทำได้เพียงสนทนากับเขาพลางรู้สึกขมขื่น มันเป็นรสชาติที่ยากจะอธิบาย
“เอาเถอะ เอาตามนี้”
“เชิญแม่นางเอ่ยถามก่อน” อวี้จิ่นนำมือลูบไปที่ถ้วยน้ำชา ดวงตาของเขากวาดผ่านใบหน้าอันสวยงามของหญิงสาวเล็กน้อย
ดูเหมือนนางจะโกรธ
แม้จะโกรธก็ช่างน่ามองเสียจริง ทำอย่างไรดีเล่าเขาอยากจะจูบนางเสียจริง
ทันใดนั้น ดวงตาของชายหนุ่มก็มืดมนคลุมเครือมองตกลงมาที่ริมฝีปากอันบอบบางของหญิงสาว
แม่นางผู้นี้บอกได้ว่าช่างน่ามองเหลือเกิน ริมฝีปากนางเป็นสีชมพูเย้ายวนชุ่มชื้นโดยไม่ได้เติมแต่งแต่อย่างใด
สายตาของอวี้จิ่นมืดมนลงไปอีกเล็กน้อย
เจียงซื่อรู้สึกว่าภายในห้องร้อนอบอ้าวขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
เงาของทั้งสองทอดยาวไปที่หน้าต่าง ราวกับว่าเวลาได้หยุดลงชั่วขณะหนึ่ง
หลงต้านซึ่งนั่งยองๆ อยู่ในสนาม จับจ้องไปยังหน้าต่างอย่างตั้งใจและประหม่าเจ