นั้นดูเหมือนจะค่อยๆ ชัดขึ้นเรื่อยๆ เสียด้วย ราวกับว่ามันขยับเข้ามาใกล้นางทีละนิดๆ
เจียงซื่อที่กำพลั่วในมือแน่นรีบย่อตัวลงทันที นางพยายามทำตัวลีบเล็กหลบหลังพุ่มดอกโบตั๋นอย่างสุดความสามารถ พลางสอดส่องสายตาลอดกิ่งไม้ไปยังทิศที่กลิ่นนั้นโชยมา
แล้วนางก็เบิกตากว้างขึ้นทันใด
มีคนมา!
มีคนสองคนกำลังช่วยกันหามบางสิ่งมุ่งหน้ามาทางที่นางซ่อนตัวอยู่
ทันใดนั้นเองดวงจันทร์ก็ค่อยๆ ลอยเคลื่อนออกมาจากกลุ่มเมฆนั้นทำให้เจียงซื่อสามารถมองเห็นได้ว่าเด็กหนุ่มสองคนนั้นแต่งกายเหมือนกับบ่าวรับใช้ในจวน
พวกเขากำลังหาม…
เจียงซื่อจ้องเขม็งไปที่วัตถุที่ถูกวางราบระหว่างเด็กหนุ่มทั้งสอง จากกลิ่นฉุนคาวเลือดที่พุ่งตรงไปทุกโสตประสาทรับกลิ่นของนางทำให้นางมั่นใจได้ว่าสิ่งนั้นคืออะไรในผ้าปูนั้นคือศพคนแน่ๆ!
ในช่วงเวลาเช่นนี้ สถานที่แห่งนี้ รวมทั้งกลิ่นคาวเลือดลักษณะนี้ นางไม่มีทางไร้เดียงสาถึงขั้นคิดว่าสิ่งที่อยู่ในห่อผ้าคือคนเป็นๆ
พวกเขากำลังเอาศพมาฝังงั้นหรือ
เจียงซื่อดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว พลางจ้องตาไม่กะพริบไปที่บ่าวรับใช้ทั้งสองที่เดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ แม้จะตกตะลึงไปชั่วขณะแต่ก็ไม่ได้เผยท่าทีลนลานออกมา
ปกติแล้วแค่เด็กหนุ่มรับใช้สองคน หากเกิดเรื่องคับขันจริงๆ นางน่าจะรับมือได้
แต่แน่นอนว่านางในสภาพนี้ไม่ควรถูกจับได้จะเป็นการดีที่สุด
บ่าวรับใช้ทั้งสองเข้ามาใกล้ขึ้น เจียงซื่อพยายามรวบรวมสติ หัวใจที่เต้นรัวเมื่อคร