ู่ก็เริ่มกลับสู่สภาวะปกติ
ในอันตรายมักมีโอกาสซ่อนอยู่ จริงอยู่ที่การปรากฏตัวของทั้งสองจะทำให้นางตกอยู่ในอันตราย แต่มันก็ทำให้นางได้รู้อะไรมากขึ้น
บ่าวรับใช้ทั้งสองหยุดยืนห่างจากพุ่มดอกโบตั๋นออกไปไม่ไกล พวกเขาวางศพลงที่พื้น หนึ่งในนั้นเอ่ยเสียงเบาว่า “ลงมือเถอะ รีบทำให้เสร็จจะได้รีบกลับ”
อีกคนพึมพำขึ้นว่า “ข้าคิดว่าเด็กสาวนี่จะอยู่ได้นานกว่านี้ ใครจะไปคิดว่ามาวันนี้จะถูกซื่อจื่อทรมานจนตาย ช่างโชคร้ายเสียจริง วันนี้ข้าอุตส่าห์รีบเข้านอนแท้ๆ…”
เจียงซื่อลอบมองบ่าวรับใช้ทั้งสองผ่านซอกกิ่งไม้เล็กๆ ทั้งคู่สวมผ้าคลุมปิดหน้าเอาไว้จึงไม่เห็นว่ายามพูดพวกเขามีสีหน้าตึงเครียดอย่างไร
มีลมเย็นเยียบพุ่งขึ้นมาจากขั้วหัวใจของเจียงซื่อเท้าของบ่าวรับใช้ทั้งสองมีผ้าคลุมห่อหุ้มอยู่เพื่อจะช่วยลดเสียงยามเคลื่อนไหว อาการของทั้งคู่ดูไม่ตื่นกลัว นั่นหมายความว่าทั้งสองคงคุ้นเคยกับการออกมาฝังศพกลางดึกเช่นนี้อยู่แล้ว
และความคุ้นเคยนี้สะท้อนว่ามีศพอีกตั้งไม่รู้เท่าไหร่ที่ถูกฝังเอาไว้
“บ่นให้มันน้อยๆ หน่อย ซื่อจื่อออกไปช่วงกลางดึกและกลับมาพร้อมกับสีหน้าไม่สบอารมณ์อย่างมาก คงมีเรื่องอะไรไม่สบายใจจึงได้เรียกนางเข้าไป ถ้าจะโทษก็โทษที่นางอายุสั้นถึงต้องมาตายเอาวันนี้”
“พี่ลู่จื่อ ข้าเองก็ไม่รู้ว่าทำไมข้าถึงรู้สึกตะขิดตะขวงใจเช่นนี้ พี่ว่าพวกเราทำเรื่องแบบนี้มากๆ เข้าจะต้องชดใช้กรรมรึเปล่า”
เจียงซื่อที่หลบอยู่หลังพุ่ม