็ย่อมได้
น่าเสียดายที่เรื่องเล่าขบขันนี้แพร่กระจายไปทั่วตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว
สิ่งที่สร้างความลำบากใจให้เจียงซื่อในขณะนี้คือนางควรจะเตือนสหายของนางย่างไรดี
“ร่างกายไม่สู้ดี?” เซี่ยชิงเหยาส่ายหัวโดยไม่ต้องคิด “ไม่มีทางเป็นแบบนั้นแน่ หากท่านพ่อร่างกายไม่สู้ดี ท่านแม่คงต้องรีบตามหมอมาดูแต่แรก เชิญหลิวเซียนกูมาจะมีประโยชน์อันใด”
“แต่หากท่านลุงมีบ้านเล็กบ้านน้อยจริง ท่านปั้าจะเชิญหลิวเซียนกูมาด้วยเหตุอันใดเล่า” เจียงซื่อถามกลับเซี่ยชิงเหยาพูดด้วยเสียงเบาลงว่า “ข้าเคยอ่านปกิณกะเกี่ยวกับหนานหลาน มีหญิงบางคนสามารถใช้วิชาเปลี่ยนใจชายที่ไม่รักดีได้”
เจียงซื่อ “…”
เซี่ยชิงเหยาลูบหน้าผากอย่างว้าวุ่นใจ
เกือบทำให้ท่านแม่ขายหน้าอีกคนแล้วเชียว
“ชิงเยา ข้าว่าเจ้าคิดมากเกินไปแล้ว ด้วยฐานะสูงส่งของท่านปั้า ต่อให้ท่านลุงมีบ้านเล็กบ้านน้อย เจ้าว่าท่านปั้าจะทำเรื่องเช่นนั้นหรือ”
“ถ้าเช่นนั้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่ โธ่ หลิวเซียนกูก็มาตายพอดิบพอดี” เซี่ยชิงเหยาถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้ม
“อย่าหน้านิ่วคิ้วขมวดไปเลย ในเมื่อท่านปั้าไม่สะดวกใจจะพูด เจ้าก็อย่าไปเซ้าซี้ท่านเลย ลองไปแอบถามจากบรรดาพี่สาวที่ใกล้ชิดท่านปั้าและหมั่นสังเกตความเคลื่อนไหวของท่านลุงให้ดีไม่แน่ว่าเจ้าอาจจะพบความจริงบางอย่างเข้า”
โรคนอนละเมอของหย่งชังปัวรุนแรงถึงขั้นพาร่างตัวเองเข้าไปนอนอยู่ในเล้าหมู แน่นอนว่าอาการเช่นนี้คงมิได้เกิดขึ้นเพียงครั้งหรือ