อาหมานเห็นด้วยอย่างยิ่ง “จริงเจ้าค่ะ ได้ยินว่าไส้นี่ไหลออกมากองทั่วพื้นเลยเจ้าค่ะ พอปั้าจากจวนหย่งชังปัวไปพบเข้าถึงขั้นตกใจกลัวจนปัสสาวะราดรดกางเกง บ่าวว่านี่คงเป็นการชดใช้กรรมกระมังเจ้าคะ…”
ทันทีที่สิ้นประโยคนั้น จู่ๆ อาหมานก็หยุดพูดไปเสียดื้อๆ ดวงตาของนางเบิกกว้างด้วยความตกใจ
“มีอะไรงั้นหรือ” เจียงซื่อขมวดคิ้ว
อาหมานปริปากเอ่ยว่า “คุณ…คุณหนู วันนั้นที่คุณหนูพูดว่าคนชั่วย่อมถูกสวรรค์ลงโทษ หรือว่า…”
“หืม?”
อาหมานถอนหายใจอย่างโล่งอก “หรือว่าคุณหนูสังหรณ์ใจแต่แรกว่าชะตาของนางจะถึงฆาตในไม่ช้า”
แค่กๆ เจียงซื่อกลั้นเสียงไอเอาไว้ไม่อยู่
อาเฉี่ยวรีบเข้ามาลูบหลังให้เจียงซื่อพลางถลึงตาใส่อาหมาน “พูดซี้ซั้วอะไรน่ะ คุณหนูไม่ใช่หมอดูเสียหน่อย”
เจียงซื่อไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้จึงหัวเราะพลางเอ่ยขึ้นว่า “ไม่เห็นต้องทำนาย มีใครที่เดินอยู่ริมน้ำแล้วพื้นรองเท้าไม่เปียกบ้างล่ะ ทำเรื่องชั่วไว้มาก ต่อให้สวรรค์ไม่ลงโทษก็ถูกคนลงโทษอยู่ดี”
อาหมานนั่งเท้าคางอยู่บนเก้าอี้ตัวเล็ก “ถ้าเช่นนั้นจอมยุทธท่านไหนกันที่ทำเรื่องดีๆ เช่นนี้”
“พอเถอะ รีบไปทำงานได้แล้ว จะมาชวนคุณหนูคุยเรื่องน่าสยดสยองเช่นนี้ทำไมกัน” อาเฉี่ยวลากอาหมานออกไปนอกห้องผ่านไปไม่นานอาเฉี่ยวก็เดินกลับเข้ามาพร้อมกับเทียบขอพบในมือ “คุณหนู เทียบจากคุณหนูใหญ่จวนหย่งชังปัวเจ้าค่ะ”
เซี่ยชิงเหยามาเยี่ยมเจียงซื่อถึงสองครั้งติดกัน คือช่วงหนึ่งเดือนกว่าก่อน